คณิน บุญสุวรรณ2015-12-172015-12-171997https://hdl.handle.net/20.500.14156/460885ปกหน้า ปกใน กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา สารบัญ กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา -1. องค์ประกอบของรัฐสภาซึ่งเป็นระบบสองสภา ตามมาตรา 90 -2. พระมหากษัตริย์ทรงตราร่างพระราชบัญญัติหรือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นกฎหมาย โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ตามมาตรา 92 -3. นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วขึ้นทูลเกล้าฯถวายภายในยี่สิบวัน ตามมาตรา 93 -4. พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา 94 -5. องค์ประกอบและที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 98 -6. การยุบสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 116 -7. การแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 120 -8. องค์ประกอบและที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 121 -9. การเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 149 -10. องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภา ตามมาตรา 155 -11. การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งและสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ตามมาตรา 159 -12. กำหนดเวลาสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาเป็นเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามมาตรา 160 -13. การเรียกประชุม การเปิด และการปิดประชุมรัฐสภา ตามมาตรา 161 -14. การเข้าชื่อร้องขอให้เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 163 -15. การเสนอร่างพระราชบัญญัติโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 169 -16. การเข้าชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนเพื่อขอให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย ตามมาตรา 170 -17. การดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหรือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ถูกแก้ไขจนกลายเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ตามมาตรา 171 -18. การเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 172 -19. การดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีระบุไว้ในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา แต่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 173 -20. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามมาตรา 174 -21. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติ บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของวุฒิสภา ตามมาตรา 175 -22. การดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องยับยั้งไว้ ตามมาตรา 176 -23. การให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีหลักการเดียวกับร่างประราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องยับยั้งไว้หรือไม่ ตามมาตรา 177 -24. การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภา ยังมิได้ให้ความเห็นชอบต่อไปได้ใหม่ ตามมาตรา 178 -25. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 180 -26. การตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ตามมาตรา 183 -27. การตั้งกระทู้ถามสด ตามมาตรา 184 -28. การยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 185 -29. การยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 186 -30. การเข้าชื่อเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา ตามมาตรา 187 -31. การประชุมเปิดเผยและการประชุมลับของสภา ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หรือการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา 188 -32. การทำงานและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามมาตรา 189 -33. การตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับสตรี เป็นจำนวนหนึ่งในสาม ตามมาตรา 190 -34. การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา 193 -35. นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรีมีจำนวนไม่เกินสามสิบหกคนตามมาตรา 201 -36. การเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 202 -37. การห้าม ส.ส ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ตามมาตรา 204 -38. การเข้าประชุมในที่ประชุมสภาของรัฐมนตรีโดยไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามมาตรา 210 -39. การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยไม่มารลงมติความไว้วางใจ ตามมาตรา 211 -40. ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามาตรา 212 -41. คณะรัฐมนตรีขอฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 213 -42. การให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ตามมาตรา 214 -43. การพ้นจากตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 215 -44. การสิ้นสุดจากตำแหน่งของรัฐมนตรี ตามมาตรา 216 -45. การให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามมาตรา 217 -46. การตราพระราชกำหนดกรณีเพื่อความปลอดภัยสาธารณะหรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามมาตรา 218 -47. การตราพระราชกำหนดกรณีจำเป็นเร่งด่วนเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากรหรือเงินตรา ตามมาตรา 220 -48. พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา 221 -49. พระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา 223 -50. พระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศ ตามมาตรา 224 -51. การจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมขึ้นใหม่ ตามมาตรา 230 -52. การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งโดยวุฒิสภา ตามมาตรา 303 -53. การเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งตามมาตรา 304 -54. การลงมติของวุฒิสภาให้ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 307 -55. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 313 ปกหลัง32application/pdfthaสามารถนําไปเผยแพร่ได้ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา - ไม่ใช้เพื่อการค้า - ไม่ดัดแปลง 3.0. (CC BY-NC-ND)KD 32รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (3) กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (3) กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภาText