คณิน บุญสุวรรณ2015-12-172015-12-171997https://hdl.handle.net/20.500.14156/460874ปกหน้า ปกใน บทบัญญัติเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ สารบัญ บทบัญญัติเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ -1. พระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุขของราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา 1 และมาตรา 2 -2. พระมาหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจอธิปไตยทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามมาตรา 3 -3. พระมหากษัตริย์ทรงดำรงฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ตามมาตรา 8 -4. พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ตามมาตรา 10 -5. พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามมาตรา 11 -6. พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งประธานองคมนตรีและองคมนตรี ตามมาตรา 12 -7. พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือ การให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามพระราชอัธยาศัยตามมาตรา 13 -8. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและทรงให้ข้าราชการใน พระองค์พ้นจากตำแหน่ง ตามพระราชอัธยาศัย ตามมาตรา 17 -9. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โดยมีประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตามมาตรา 18 -10. การสืบราชสมบัติและการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะ ตามมาตร 22 -11. การอัญเชิญองค์พระรัชทายาทหรือ องค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 23 -12. พระมหากษัตริย์ทรงตราร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นกฎหมายโดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ตามมาตรา 42 -13. พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ทรงเห็นชอบด้วย ตามมาตรา 93 -14. พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญและพระราชทานคืนมาหรือมิได้พระราชทานคืนมาเมื่อพ้นเก้าสอบวัน ตามมาตรา 94 -15. พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่ออายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุด ตามมาตรา 115 -16. พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งประราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ตามมาตรา 116 -17. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรโดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ตามมาตรา 120 -18. พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาใหม่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่ออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลง ตามมาตรา 131 -19. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา ตามมาตรา 136 -20. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภารองประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาวุฒิสภา ตามมติของสภา ตามมาตรา 151 -21. พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯให้ขยายเวลาสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาตามมาตรา 160 -22. พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา ทรงเปิดและปิดประชุม ตามมาตรา 161 -23. พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญตามมาตรา 162 -24. พระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมรัฐสภาเป็นการประชุมสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 163 -25. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ได้รับการเสนอชื่อมาพร้อมกับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแทนนายกรัฐมนตรีคนเก่าที่ถูกลงมติไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 185 -26. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาตามคำแนะนำของวุฒิสภา ตามมาตรา 196 -27. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามคำแนะนำของวุฒิสภา ตามมาตรา 199 -28. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยมีประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายะรัฐมนตรี ตามมาตรา 201 -29. รัฐมนตรีต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 205 -30. พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการให้รัฐมนตรี พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ ตามมาตรา 217 -31. พระมหากษัตริย์ทรงตราประราชกำหนดเกี่ยวกับความ มั่นคงให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 218 -32. พระมหากษัตริย์ทรงตราพระราชกำหนดเกี่ยวกับภาษีอากรหรือเงินตราให้ใช้บังคับเช่นพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 220 -33. พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกาโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ตามมาตรา 221 -34. พระราชอำนาจในการประกาศใช้และเลิกใช้กฎอัยการศึก ตามมาตรา 222 -35. พระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ตามมาตรา 223 -36. พระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพและสัญญาอื่นกับนานประเทศตามมาตรา 224 -37. พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ ตามมาตรา 225 -38. พระราชอำนาจในการถอดถอนฐานันดรศักดิ์และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามมาตรา 226 -39. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือนตำแหน่งปลัดกระทรวงอธิบดีและเทียบเท่า ตามมาตรา 227 -40. กฎหมาย พระราชหัตถเลขา และพระบรมราชโองการต้องมีรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตามมาตรา 231 -41. บทกฎหมายที่ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วให้ประกาศในราชกิจจานุเษกษาตามมาตรา 232 -42. การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีในพระประมาภิไธยพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 233 -43. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้พิพากษาและตุลาการและทรงให้พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 251 -44. ผู้พิพากษาและตุลาการต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 252 -45. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามคำแนะนำของวุฒิสภา ตามมาตรา 255 -46. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมพ้นจากตำแหน่งตามที่ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ตามมาตรา 273 -47. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ตุลาการในศาลปกครองพ้นจากตำแหน่งตามที่ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ตามมาตรา 277 -48. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งประธานศาลปกครองสูงสุด ตามที่ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองและวุฒิสภา ตามมาตรา 278 -49. พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามคำแนะนำของวุฒิสภา ตามมาตรา 297 -50. พรมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตามคำแนะนำของวุฒิสภา ตามมาตรา 312 ปกหลัง60application/pdfthaสามารถนําไปเผยแพร่ได้ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา - ไม่ใช้เพื่อการค้า - ไม่ดัดแปลง 3.0. (CC BY-NC-ND)KD 32รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (1) บทบัญญัติเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์Text