2016-01-282016-01-281992https://hdl.handle.net/20.500.14156/465347ปกหน้า คำนำ สารบาญ แนวทางปฏิบัติ ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ ส่วนที่ 1 แนวทางปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ. 2521 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม อีก 8 ฉบับ -1. "ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติ" หมายถึงใครบ้าง -2. "ข้าราชการ" มีความหมายครอบคลุมกว้างขวางเพียงใด -3. "ศึกษา" มีความหมายครอบคลุมกว้างขวางเพียงใด -4. "ฝึกอบรม" มีความหมายครอบคลุมกว้างขวางเพียงใด -5. "ดูงาน" คืออะไร มีกี่ลีกษณะอะไรบ้าง -6. "ปฏิบัติการวิจัย" คืออะไร มีหลักเกณฑ์และแนวทางในการพิจาณาอย่างไร -7. "ทุน" คืออะไร มีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดประเภททุนอย่างไร มีความสำคัญต่อการอนุญาต อนุมัติอย่างไร -8. ก.ข.ต. คืออะไร ประกอบด้วยส่วนราชการใดบ้าง มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญประการใด -9. ทางราชการมีแนวทางให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ณ ต่างประเทศอย่างไรบ้าง -10. การจัดทำสัญญาผูกมัด สำหรับข้าราชการที่จะไปต่างประเทศ จะต้องกระทำในกรณีใดบ้าง และมีรายละเอียด วิธีการดำเนินการอย่างไร โดยขอให้อธิบาย รวมทั้งสัญญาการรับทุนรัฐบาลด้วย -11. โควตา คืออะไร มีวิธีการดำเนินการอย่างไร -12. ข้าราชการระดับ 2 หรือเทียบเท่าลงมาจะขอไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ จะกระทำได้หรือไม่ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร -13. ข้าราชการที่จะไปศึกษา ณ ต่างประเทศ จะต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง และมีแนวทางในการพิจารณาดำเนินการประการใด -14. ทุนรัฐบาลประเภทต่าง ๆ ที่ข้าราชการได้รับ จะมีวิธีพิจารณาดำเนินการประการใด -15. การให้ข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศด้วยทุนประเภท 1 (ก) และ1 (ค) มีแนวทางปฏิบัติประการใด และข้าราชการจะต้องดำเนินการเพิ่มเติมอะไรบ้าง รวมทั้งลาต่อ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร -16. การให้ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท 1 (ข) มีแนวทางปฏิบัติประการใด -17. การให้ข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ด้วยทุนประเภท 2 มีแนวทางปฏิบัติประการใด -18. การเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลา สถานศึกษา หรือฝึกอบรม หรือแนวการศึกษา หรือฝึกอบรม ให้ผิดไปจากที่อนุมัติไว้ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร -19. การลาต่อด้วยทุนประเภท 2 มีวิธีการและแนวการปฏิบัติอย่างไร -20. การดูงานมีวิธีการและแนวทางปฏิบัติอย่างไร -21. การปรับเปลี่ยนโครงการการดูงาน จะกระทำได้หรือไม่ ประการใด -22. ข้าราชการอยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ จะขอไปศึกษา ฝึกอบรมหรือดูงาน ณ ต่างประเทศจะหระทำได้หรือไม่ -23. ข้าราชการที่ไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัย และดุงาน ณ ต่างประเทศจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของก.พ.ทุกกรณีหรือไม่ มีแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างไร -24. กรณีได้รับอนุมัติให้ศึกษาในต่างประเทศแต่สำเร็จการศึกษาก่อนครบกำหนดวันเวลาที่ได้รับอนุมัติไว้ จะอยู่ศึกษาหรือฝึกอบรม หรือดูงานต่อไปจนครบกำหนดวันเวลาดังกล่าว จะกระทำได้หรือไม่ -25. การรายงานของกระทรวงทบวงกรมเจ้าสังกัดหลังจากข้าราชการได้รายงานตัวเข้าปฏิบัติราชการแล้ว มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร -26. การเทียบระดับของข้าราชการ จากระบบเดิมกับระบบจำแนกตำแหน่ง ที่เกี่ยวข้องกับระเบียบนี้ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร -27. ผู้ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบฯ คือใครบ้าง และใครมีอำนาจวินิจฉัยกรณีมีปัญหา ข้อสงสัย ส่วนที่ 2 แนวทางปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวกับมติ เงื่อนไขต่าง ๆ ในลักษณะคำถาม คำตอบ โดยแยกเป็นแต่ละช่วงเวลา -2.1 ช่วงระยะเวลาก่อนเดินทาง -2.2 ช่วงระยะเวลาระหว่างศึกษา -2.3 ช่วงระยะเวลาจบการศึกษา/กลับประเทศไทย -ส่วนที่ 2.1 รายละเอียดแนวทางปฏิบัติในช่วงระยะเวลาก่อนเดินทาง --1. ข้าราชการมีความประสงค์จะสอบถามรายละเอียดข้อมูลในการดำเนินการเกี่ยวกับการลาได้ที่ใดบ้าง --2. ข้าราชการประสงค์จะสมัครสถานศึกษามีแนวทางในการดำเนินการอย่างไร --3. อยากทราบว่า ก.พ.ได้กำหนดเงื่อนไขทางด้านภาษาสำหรับข้าราชการที่จะไปศึกษา ณ สหรัฐอเมริกาไว้อย่างไรบ้าง --4. ก.พ.กำหนดเงื่อนไขการศึกษา ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์อย่างไรบ้าง --5. ได้ทราบว่า ก.พ. กำหนดให้ข้าราชการไปศึกษา ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ได้เฉพาะในสถานศึกษาของรัฐบาลเท่านั้น ใคร่ขอทราบว่ามีสถานศึกษาใดบ้าง --6. สถานศึกษาในประเทศออสเตรเลียมักตอบรับในลักษณะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ก.พ.มีแนวทางในการพิจารณาอย่างไร --7. ขอทราบว่า หากสถานศึกษาตอบรับในลักษณะเป็น part-time ก.พ.มีแนวทางในการพิจารณาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาในประเทศอินเดีย --8. ข้าราชการที่จะไปศึกษา ณ ต่างประเทศจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องผ่านการตรวจร่างกายโดยคณะกรรมการแพทย์ ก.พ. --9. สถานศึกษาในสหรัฐเอมริกาตอบรับโดยมีเงื่อนไข จึงใคร่ขอทราบว่าก.พ.ได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขในประเทศนี้อย่างไร --10. ข้าราชการที่จะไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ การทำหนังสือเดินทางจะกระทำได้อย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ --11. ลักษณะการตอบรับของสถานศึกษาและประเภทของวีซ่า จะมีผลต่อการพิจารณาของทางราชการหรือไม่ ก.พ.กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ประการใด --12. ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ลาไปต่างประเทศจะซื้อเงินตราต่างประเทศและจัดส่งเงินค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่ในต่างประเทศได้อย่างไร --13. ก.พ.กำหนดคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับข้าราชการที่จะไปศึกษา ณ ต่างประเทศไว้อย่างไรบ้าง --14. คุณสมบัติพื้นฐานสำหรับข้าราชการที่จะไปฝึกอบรม ณ ต่างประเทศมีอะไรบ้าง --15. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องไปเรียนภาษาก่อนตามเงื่อนไขสถานศึกษาหรือต้องไปทำ Workshop หรือการไปเข้าหลักสูตร Orientation โดยยังไม่เริ่มเรียนวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร จะถือว่าการเรียนหรือการเข้าหลักสูตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหรือไม่ และมีวิธีการนับระยะเวลาที่จะลาโดยได้รับเงินเดือนอย่างไร --16. ข้าราชการที่กลับจากการศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ จะต้องปฏิบัติราชการเป็นเวลานานเท่าใด จึงจะไปศึกษาหรือฝึกอบรมใหม่ได้อีก --17. ในกรณีที่ข้าราชการเดินทางไปทัศนศึกษาต่างประเทศหรือลากิจไปต่างประเทศ หากมีสถานศึกษาตอบรับเข้าศึกษา จะดำเนินเรื่องการลาศึกษาต่อจากการลาทัศนศึกษา หรือการลากิจ โดยไม่เดินทางกลับประเทศไทย จะกระทำได้หรือไม่ --18. ทางราชการได้กำหนดระยะเวลาที่จะให้ข้าราชการออกดินทางไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ ก่อนกำหนดเวลาที่สถานศึกษาจะเปิดภาค หรือตามที่สถานศึกษาระบุไว้ เป็นระยะกี่วัน --19. กรณีที่ข้าราชการขอไปศึกษาขั้นปริญญาเอกในประเทศอังกฤษ แต่สถานศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาขั้น M.Phil. ก่อน ทางราชการมีหลักเกณฑ์พิจารณาอย่างไร --20. สำหรับผู้ที่จะไปศึกษา ณ ประเทศอังกฤษและออสเตรเลีย ทางราชการได้กำหนดคุณสมบัติในเรื่องของภาษาอังกฤษไว้อย่างไร --21. เหตุใดทางราชการจึงกำหนดการอนุมัติให้ข้าราชการไปศึกษาขั้นปริญญาเอกมีกำหนด 2 ปีก่อน แทนที่จะอนุมัติให้เต็มระยะเวลาไปตามหลักสูตรที่กำหนดไว้สำหรับประเทศนั้นๆ --22. การไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย หากเป็นระยะเวลาสั้น จะมีกรณีการยกเว้นหรือผ่อนผันไม่ต้องทำสัญญาการกลับมารับราชการและสัญญาค้ำประกัน ได้หรือไม่ --23. สำนักงาน ก.พ.กับก.พ. มีอำนาจหน้าที่อย่างไร เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.2512 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม --24. กรมวิเทศสหการมีอำนาจหน้าที่อย่างไรบ้าง --25. หน่วยราชการแจ้งสังกัดมีอำนาจหน้าที่อย่างไร --26. การไปศึกษา ณ สหรัฐอเมริกาด้วยทุนประเภท 1(ข) เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว หรือการลาศึกษาต่อด้วยทุนประเภท 2 จะมีปัญหา อุปสรรคในการพิจารณาคุณวุฒิการศึกษาหรือไม่ เนื่องจากการไปศึกษาด้วยทุนประเภท1(ข)มิได้มีข้อจำกัดในเรื่องการรับรอง Regional Accreditation และ Professional Accreditation --27. ขอทราบว่า จะยึดถือแนวทางปฏิบัติในเรื่องการได้รับเงินเดือนตามพระราชกฤษฎีการ การจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2522 หรือหนังสือเวียนของก.พ. --28. ข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาโทแล้ว จะขอไปศึกษาปริญญาโทเพิ่มเติมอีก อยากทราบว่าทางราชการมีหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในเรื่องนี้อย่างไร --29. ขอทราบขั้นตอนการดำเนินการเรื่องการลาตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ.2512 ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง จนถึงช่วงที่จะออกเดินทาง -ส่วนที่ 2.2 รายละเอียดแนวทางปฏิบัติในช่วงระยะเวลาระหว่างอยู่ในต่างประเทศ --1. เมื่อเดินทางถึงประเทศที่จะทำการศึกษาแล้ว ข้าราชการจะต้องทำอะไรบ้าง --2. ในการลงทะเบียนเข้าศึกษา จะต้องรายงานให้สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนทราบหรือไม่ เพียงใด --3. ข้าราชการจะต้องรายงานผลการศึกษาให้ใครทราบบ้าง --4. ขอทราบว่าหากข้าราชการย้ายที่อยู่จะต้องทำอะไรบ้าง --5. ขอทราบว่าการเปลี่ยนแนวการศึกษาก็ดี การเปลี่ยนระดับการศึกษาก็ดี การย้ายสถานศึกษาก็ดี หรือขอย้ายประเทศศึกษาก็ดี ข้าราชการจะต้องทำอย่างไรบ้าง --6. ข้าราชการประสงค์จะขอทำการสมรสจะต้องทำอย่างไร --7. ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการจะมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ --8. ในระหว่างปิดภาคการศึกษา หากข้าพเจ้าประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง --9. การขอเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการทำวิทยานิพนธ์ ควรทำอย่างไรบ้าง --10. การขออนุมัติอยู่ฝึกอบรมต่อ ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง --11. ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยว่า ข้าพเจ้าได้รับทุนประเภท 1(ข) จะต้องดำเนินการในเรื่องต่างๆเช่นเดียวกับผู้ที่ได้รับทุนประเภท 2 หรือไม่ ประการใด --12. ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยว่าการรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม หรือดุงาน ข้าพเจ้าจะส่งตรงให้เจ้าสังกัดเลยจะได้หรือไม่ --13. ข้าพเจ้าใคร่ขอทราบว่า การลาไปศึกษา ณ ต่างประเทศในแต่ละระดับโดยได้รับเงินเดือนนั้น มีกำหนดเวลาที่แน่นอนหรือไม่ประการใด --14. กรณีแพทย์ซึ่งไปฝึกอบรมโดยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการทำ Board ครบกำหนด 2 ปีแล้ว แต่ยังฝึกอบรมไม่ครบตามหลักสูตรที่ทางสถานฝึกอบรมจัดให้ซึ่งกำหนดไว้ 3 ปี จะมีข้อยกเว้นประการใดหรือไม่ --15. มีข้อสงสัยว่ากรณีเมื่อทางราชการอนุมัติให้ลาต่อขั้นปริญญาเอก โดยช่วงเวลาที่ศึกษาขั้นปริญญาโท ถูกทางราชการสั่งไม่ให้ได้รับเงินเดือนไปแล้วนั้นทางราชการมีหลักเกณฑ์อย่างไร ในการนับเวลาการได้รับเงินเดือนในระดับที่ได้รับอนุมัติใหม่ จะมีการย้อนหลังโดยให้ได้รับเงินเดือนหรือไม่ อย่างไร --16. ข้าราชการซึ่งได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาขั้นปริญญาโท และต่อมาข้ามไปเรียนขั้นปริญญาเอกโดยที่ไม่สำเร็จการศึกษาปริญญาโท จะถือว่าเป็นการเรียนระดับปริญญาเอก หรือระดับปริญญาโทควบปริญญาเอก --17. ข้าราชการซึ่งลาไปศึกษาในระดับเดียวกันหลายครั้ง ทางราชการมีวิธีการนับเวลาศึกษาอย่างไร จะต้องนำเวลาไปศึกษาในคราวก่อนมานับต่อเนื่องกันด้วยหรือไม่อย่างไร --18. การที่ข้าราชการขอลากลับประเทศไทยชั่วคราวซึ่งมิใช่เป็นช่วงปิดภาคด้วยสาเหตุการป่วย หรือมีกิจึระจำเป็นอื่น ๆ จะถือเป็นการลาในลักษณะใด --19. ด้วยปรากฏว่ามีข้าราชการขออยู่ฝึกอบรม หรือฝึกงานหลังจากสำเร็จการศึกษาเป็นจำนวนมาก อยากทราบว่าทางราชการมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ได้รับเงินเดือนในระหว่างฝึกงานหรือฝึกอบรมไว้อย่างไร --20. ทางราชการมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาให้ข้าราชการที่ศึกษาสำเร็จขั้นปริญญาโทแล้ว ขอลาต่อขั้นปริญญาเอก --21. ในการไปศึกษาต่อ ณ สหรัฐอเมริกา ทางราชการมีข้อกำหนดประกอบในการพิจารณาอย่างไรบ้าง --22. มีสถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งซึ่งกำหนดให้นักศึกษาต่างชาติต้องเรียนวิชา prerequisite เพื่อให้มีพื้นฐานความรู้ในวิชานั้น ๆ อย่างเพียงพอ อยากทราบว่าทางราชการมีการผ่อนปรนในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ประการใด --23. บางครั้งสถานศึกษาในสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้นักศึกษาต่างชาติต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมแม้ว่าจะสอบ TOEFL ได้ตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดคือ 500 แล้ว ในกรณีที่ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะเป็นการเรียนแบบ full course หรือเรียนควบคู่กับหลักสูตรทางราชการมีข้อห้ามประการใดหรือไม่ --24. กรณีสถานศึกษาตอบรับแบบ non-degree ซึ่งทางราชการไม่อนุมัติให้ไปศึกษาจะขอไปฝึกอบรมได้หรือไม่ --25. หากข้าพเจ้ามีความประสงค์จะไปศึกษา ณ สหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าจะสามารถไปศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งใดแห่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าต้องการได้หรือไม่ --26. กรณีข้าราชการซึ่งได้รับอนุมัติให้กลับมาเยี่ยมบ้านชั่วคราวในระหว่างสถานศึกษาปิดภาค ต่อมามีความจำเป็นต้องขยายเวลาอยู่ในประเทศไทยในช่วงที่สถานศึกษาเปิดภาคแล้ว กรณีเช่นนี้ข้าราชการจะต้องลาในลักษณะใด --27. ข้าราชการซึ่งไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนหากจะขอทำการสมรสกับชาวจีน จะมีข้อห้ามประการใดหรือไม่ --28. ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.กำหนดว่า ข้าราชการจะไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ โดยใช้วีซ่าประเภท F-1 หรือ J-1 นั้น หากเป็นกรณีที่ข้าราชการได้วีซ่าประเภท H-1 จะขออนุมัติไปฝึกอบรมได้หรือไม่ --29. หารข้าราชการมีความประสงค์จะขอลาไปทำ research ณ ต่างประเทศโดยการทำ research จะเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาขั้นปริญญาเอก ซึ่งข้าราชการผู้นั้นกำลังศึกษา ณ สถานศึกษาในประเทศไทย จะถือว่าเป็นการลาไปศึกษาขั้นปริญญาเอกหรือไม่ --30. กรณีข้าราชการซึ่งใช้เวลาศึกษา ณ ต่างประเทศเกินกำหนดวันลาที่ได้รับอนุมัติจากทางราชการ ทั้งนี้ ทางราชการได้มีมติอนุมัติเป็นครั้งสุดท้าย แล้วนั้น หน่วยราชการเจ้าสังกัดจะพิจารณาเป็นการลากิจ และแจ้งให้ ก.พ.รับทราบได้หรือไม่ --31. กรณีข้าราชการซึ่งจะขอไปสอนภาษาไทยและวัฒนธรรม ณ สหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ก.พ.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบให้ไปต่างประเทศได้หรือไม่ ในลักษณะใด --32. การขอไปศึกษาขั้นปริญญาโทหรือเอก ณ สหรัฐอเมริกา หากไม่มีผลสอบ TOEFL ตามเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดคือ 500 แต่จะขอไปฝึกอบรมภาษาอังกฤษก่อนแล้วขออนุมัติลาศึกษาต่อในภายหลังจะกระทำได้หรือไม่ --33. กรณีข้าราชการซึ่งได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวได้สำเร็จ course work และผ่านการสอบ Preliminary Examination แล้ว เหลือแต่การทำวิทยานิพนธ์จึงได้เดินทางกลับประเทศไทย และรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการในระหว่างที่กลับเข้าปฏิบัติราชการก็ขออนุมัติลาเพื่อเขียนวิทยานิพนธ์ในประเทศ จะสามารถนับเป็นการลาศึกษาต่อเนื่องจากการลาต่อต่างประเทศได้หรือไม่ --34. มีข้อสงสัยว่าหากสถานศึกษาในต่างประเทศตอบรับให้เข้าศึกษาโดยทำการศึกษาทางไปรษณีย์ และจะเดินทางไปศึกษาเป็นคราว ๆ ไปเพื่อลงทะเบียนและทำการสอบ ในกรณีเช่นนี้จะกระทำได้หรือไม่ --35. กรณีข้าราชการลาศึกษา ณ ต่างประเทศ ต่อมาเปลี่ยนแนวการศึกษา แต่ไม่ได้รับอนุมัติจากทางราชการ แต่ปรากฏหลักฐานต่อมาว่าฝ่าฝืนมติของทางราชการอยู่ศึกษาจนครบ requirement บางส่วน และได้อยู่ ณ ต่างประเทศเกินกำหนดวันลาที่ได้รับอนุมัติจากทางราชการเป็นเวลาหลายเดือน ต่อมาเจ้าสังกัดจะสนับสนุนให้ไปศึกษาต่อเพื่อสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ในสาขาวิชาที่ทางราชการได้มีมติไม่อนุมัติไว้แล้วนั้น กรณีเช่นนี้ ทางก.พ.จะพิจารณาอย่างไร จะให้ความเห็นชอบได้หรือไม่ --36. อยากทราบว่าทางราชการมีแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับข้าราชการกลับประเทศไทยชั่วคราว แล้วรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการอย่างไร --37. กรณีข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาขั้นปริญญาโท และสำเร็จการศึกษาแล้ว จะขออยู่ศึกษาต่อระดับ Specialist จะกระทำได้หรือไม่ -ส่วนที่ 2.3 รายละเอียดแนวทางปฏิบัติช่วงระยะเวลาหลังสำเร็จการศึกษาแล้ว --1. เมื่อข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงานแล้ว จะต้องทำอย่างไรบ้าง --2. อยากทราบว่าหากข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาก่อนครบกำหนดวันลาที่ได้รับอนุมัติไว้ ข้าพเจ้าจะศึกษาวิชาเพิ่มเติมหรืออยู่ต่อไปจนครบกำหนดวันที่ได้รับอนุมัติไว้จะได้หรือไม่ --3. ข้าพเจ้ามีข้อสงสัยว่าทางราชการมักระบุว่าให้รีบเดินทางกลับประเทศไทยโดยด่วนหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ข้าพเจ้าใคร่ขอทราบว่าทางราชการไม่มีเวลาให้ข้าพเจ้าเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยบ้างเลยหรือประการใด --4. ขอทราบว่าในการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน ก็ดี ข้าพเจ้าจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนหือไม่ประการใด --5. ขอทราบว่ากรณีได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงานในต่างประเทศแล้วจะขอเปลี่ยนเป็นปฏิบัติการวิจัยในภายหลังจะได้หรือไม่ --6. ขอทราบว่าเมื่อได้ไปปฏิบัติการวิจัยแล้ว จะขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมเป็นศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน จะกระทำได้หรือไม่ --7. อยากทราบว่า คุณวุฒิที่ได้รับมา จะได้รับพิจารณาตีราคาเป็นอัตราเงินเดือนได้อย่างไร ข้าพเจ้าจะต้องทำอะไรบ้าง ส่วนที่ 3 รายละเอียดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการขอไปปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ -1. ขอทราบว่าการส่งเรื่องไปให้ ก.ข.ต.พิจารณา มีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องระยะเวลาที่ควรจะดำเนินการไว้อย่างไร -2. การไปปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ มีความแตกต่างกับการไปศึกษาฝึกอบรม ณ ต่างประเทศอย่างไร -3. การขอไปปฏิบัติการวิจัยมีหลักเกณฑ์อย่างไร -4. การวิจัยลักษณะใด หรือเกี่ยวกับเรื่องอะไร จึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่ ก.ข.ต.จะพิจารณาให้ความเห็นชอบ -5. ข้าราชการที่ขอไปปฏิบัติการวิจัย จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร -6. การยื่นเรื่องต่อ ก.ข.ต. ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานอะไรบ้าง -7. ก.ข.ต. มีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาในการอนุมัติให้ไปปฏิบัติการวิจัยไว้หรือไม่ เพียงใด -8. หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติการวิจัยแล้ว ข้าราชการจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง ส่วนที่ 4 ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ -1. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ. 2512 -2. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2518 -3. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2518 -4. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2520 -5. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2523 -6. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2525 -7. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2533 -8. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2535 -9. ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่9) พ.ศ. 2535 -10. ประมวลระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ พ.ศ. 2512 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2518 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2518 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2520 ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2523 ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2525 ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2533 ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2535 และฉบับที่ 9 พ.ศ. 2535 -11. สรุปรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับระเบียบทั้ง 9 ฉบับ ส่วนที่ 5 มติคณะรัฐมนตรี -1. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นอ 125/2503 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2503 เรื่องการลงโทษผู้กระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง -2. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0401/ว.87 ลงวันที่ 16 กันยายน 2509 เรื่องการขอลาราชการของข้าราชการสตรีโดยไม่ขอรับเงินเดือน เพื่อติดตามสามมีซึ่งย้ายไปรับราชการในต่างประเทศ -3. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0401/ว.50 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2510 เรื่องการลงโทษข้าราชการกระทำผิดวินัย กรณีลาไปศึกษา ณ ต่างประเทศและไม่เดินทางกลับมารับราชการในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ -4. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0401/ว.83 ลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2513 เรื่องการพิจารณาคุณวุฒิของผู้ที่ศึกษา ณ ต่างประเทศ ซึ่งได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเพิ่มขึ้น โดยฝ่าฝืนมติ ก.พ. หรือศึกษานอกเหนือจากแนวการศึกษาที่กำหนด และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ 0903/88608 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2513 (ข้อเสนอของก.พ. ในเรื่องเดียวกัน ) -5. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/10863 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2516 เรื่องการนับเวลาราชการชดใช้ตามสัญญาที่ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ -6. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0203/076 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2517 เรื่องการชดใช้เงินสำหรับผู้ไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ -7. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว.80 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2518 เรื่องอำนาจในการพิจารณาอนุมัติตัวบุคคลให้ข้าราชการ พนักงานของรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างของส่วนราชการ ลาราชการ ภายในประเทศหรือลาราชการไปต่างประเทศ -8. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว.135 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2519 เรื่อง ระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2518 (โอนอำนาจคณะรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด) -9. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว.49 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2521 เรื่อง การขออนุมัติให้ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ เดินทางไปประเทศเครือคอมมิวนิสต์ -10. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว.97 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2521 เรื่อง ขออนุมัติให้ข้าราชการช่วยปฏิบัติหน้าที่รับรองทางการทูต -11. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ สร 0201/ว.164 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2521 เรื่องการลาติดตามคู่สมรสซึ่งย้ายไปรับราชการในต่างประเทศ -12. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0201/ว.183 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2526 เรื่อง ข้าราชการขออนุญาตตามคู่สมรสไปปฏิบัติราชการ ณ ต่างประเทศ -13. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0201/ว.8 ลงวันที่ 27 มกราคม 2530 เรื่อง รายงานการไปร่วมประชุม ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศของข้าราชการ และหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร.1007/ว.5482 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2532 และ ที่ นร.1007/ว.10108 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2532 เรื่องการายงานไปเจรจาธุรกิจและการประชุมนานาชาติ -14. หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 1002/ว.12 ลงวันที่ 18 เมษายน 2533 เรื่อง การนับระยะเวลาชดใช้ทุนการศึกษา ฝึกอบรม ณ ต่างประเทศและการศึกษาภายในประเทศ สำหรับข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ส่วนที่ 6 สัญญากระทรวงการคลัง -2. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0502/19110 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2516 เรื่อง ผู้ค้ำประกันสัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ -3. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0508/34174 ลงวันที่ 19 กันยายน 2518 เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการผ่อนผันชำระเงินทุนของผู้ผิดสัญญาว่าด้วยการลาไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ -4. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0508/48979 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2520 เรื่อง แบบสัญญาของข้าราชการที่ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติวิจัย ณ ต่างประเทศและในประเทศ -5. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0514/38292 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2531 เรื่อง การทำสัญญาค้ำประกันของข้าราชการที่ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ -6. สัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ -7. สัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ -8. สัญญาค้ำประกัน -9. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0514/63876 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2529 -11. สัญญาค้ำประกัน -10. เรื่อง การปรับปรุงแบบสัญญาค้ำประกันสัญญาของข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ -12. หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0502/ว.90 ลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533 เรื่อง การปรับปรุงแบบสัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ -13. สัญญาของข้าราชการที่ไปศึกษา หรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ ส่วนที่ 7 ระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2535 ส่วนที่ 8 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติราชการของข้าราชการประจำการในต่างประเทศ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 ส่วนที่ 9 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการ และการจัดการประชุมของทางราชการ พ.ศ. 2524 ส่วนที่ 10 กฎ ก.พ.ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือนพระราชกฤษฎีกา การจ่ายเงินเดือนฯ พ.ศ. 2535 ส่วนที่ 11 หนังสือเวียนต่างๆ -1. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0907/ว.15 ลงวันที่ 1 กันยายน 2512 เรื่องการให้ข้าราชการไปศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศ -2. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0906/ว.7 ลงวันที่ 10 เมษายน 2515 เรื่อง ข้าราชการอยู่ศึกษาหรือฝึกอบรม ณ ต่างประเทศต่อโดยไม่ได้รับอนุมัติ -3. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.1008/ว.15 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2519 เรื่อง การให้ข้าราชการไปศึกษาขั้นปริญญาตรี ณ ต่างประเทศ -4. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0712/ว.5 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2521 เรื่องแนวทางพิจารณาให้ข้าราชการไปศึกษา ณ ต่างประเทศ และระดับปริญญาเอกและระดับผู้ชำนาญการเฉพาะทาง -5. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0712/ว.7 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2522 เรื่อง การอนุมัติให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ ต่างประเทศด้วยทุนประเภท 1 (ข) -6. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0712/ว.3 ลงวันที่ 16 เมษายน 2523 เรื่อง แนวทางพิจารณาให้ข้าราชการไปศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ณ สหรัฐอเมริกา -7. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0712/ว.4 ลงวันที่ 16 เมษายน 2523 เรื่อง แก้ไขแบบรายงานขอทำความตกลงกับก.พ. -8. แบบรายงานขอทำความตกลงกับก.พ. -9. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0702/ว.5 ลงวันที่ 27 เมษายน 2524 เรื่องการให้ข้าราชการไปศึกษา หรือฝึกอบรมต่อจากการลากิจ ลาพักผ่อน ณ ต่างประเทศ -10. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0702/ว.7 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2524 เรื่องแนวทางการพิจารณาให้ข้าราชการไปศึกษา ณ สหรัฐอเมริกา -11. หนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ สร.0702/ว.1 ลงวันที่ 28 มกราคม 2525 เรื่องแนวทางการพิจารณาให้ข้าราชการไปศึกษา ณ สหรัฐอเมริกา -12. หนังสือสำนักงานก.พ. ที่ นร.0602/ว.1 ลงวันที่ 30 มกราคม 2528 เรื่องแนวทางพิจารณาสำหรับผู้ไปศึกษาระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ณ สหรัฐอเมริกา -13. หนังสือสำนักงานก.พ. ที่ นร.0706.6/ว.12 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2535 เรื่องการให้ข้าราชการไปศึกษา ณ ต่างประเทศ โดยได้รับเงินเดือน ส่วนที่ 12 ประกาศกรมวิเทศสหการ ส่วนที่ 13 รายชื่อทุนประเภท 1ก,1ข,1ค ส่วนที่ 14 ประกาศ ก.ข.ต. เรื่องหลักเกณฑ์ว่าด้วยการให้ข้าราชการไปปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ ส่วนที่ 15 บันทึกข้อตกลงของทางราชการสำหรับข้าราชการทบวง และกระทรวงต่าง ๆ -เรื่องมอบอำนาจสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนฯ -ข้อปฏิบัติสำหรับข้าราชการ ส่วนที่ 16 บัญชีรายชื่อส่วนราชการต่าง ๆ ปกหลัง90application/pdfthaคู่มือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศText