ประยงค์ เต็มชวาลาศิริ อาจคงหาญ2014-07-222014-07-222005-129749354370https://hdl.handle.net/20.500.14156/380501https://doi.org/10.82220/840การศึกษาวิจัยในกรณีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มาตรา 76 ที่กำหนดให้รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจในการบริหาร ซึ่งในที่นี้ได้แก่ นโยบายการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ซึ่งนอกเหนือจากจะศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายแล้ว ยังจะมีการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและภาวะคุกคาม รวมทั้งมีการสังเคราะห์ทางเลือกในการพัฒนาเพื่อสรุปและจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายสาธารณะด้วย รูปแบบการศึกษาวิจัยจะกอรปทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ซึ่งได้แก่การวิจัยเชิงการสำรวจ และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ซึ่งนอกเหนือจากการวิจัยเอกสารแล้วยังมีการสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์เจาะลึก ผลการศึกษา พบมีประเด็นและสาระสำคัญ คือ 1. ผลการวิจัยเชิงการสำรวจ ซึ่งใช้วิธีการสัมภาษณ์ตามแบบสอบถามกับกลุ่มประชากรตัวอย่างที่มีการสุ่มแบบมีวัตถุประสงค์ (Purposive Random Sampling) โดยการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างจากจังหวัดต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ รวม 11 จังหวัดๆ ละ 20 คน (โดยเฉลี่ย) รวมประชากรกลุ่มตัวอย่างที่ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 214 คน ซึ่งปรากฎผล ดังนี้ ผลการสำรวจทัศนคติของประชาชนพบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่างต่างเห็นด้วยกับหลักการและแนวคิดของการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ โดยเห็นว่าเป็นนโยบายที่จะกระจายอำนาจสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นมากกว่าที่คอยควบคุมกำกับดังเช่นที่เคยเป็นอยู่เดิม และเห็นว่าเป็นนโยบายที่จะให้ทุกภาคส่วน (ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน) มีส่วนร่วมเป็นภาคีในอันที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาแบบยั่งยืน ทั้งนี้กลไกภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชการบริหารส่วนกลางพึงจะต้องเอาใจใส่และให้การสนับสนุนอย่างจริงใจและจริงจัง ทั้งในด้านกำลังคน งบประมาณ ข้อมูลข่าวสารรวมทั้งพึงจะต้องแก้ไขกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องและเป็นอุปสรรคต่อการกระจายอำนาจด้วยสำหรับผลการสำรวจพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งผู้วิจัยได้ใช้แบบจำลอง 7’s ของ Mc Kinsey (7’s Mc Kinsey) เป็นกรอบสำหรับการวิเคราะห์ (Framework of Analysis)ซึ่งได้แก่ โครงสร้าง (Structure) ยุทธศาสตร์ (Strategy) ระบบ (System) รูปแบบ (Style) กำลังคน (Staff) ทักษะ (Skill) และค่านิยมร่วม (Shared Value) ปรากฎว่าพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ (ผู้ว่า CEO) พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ทั้งนี้สามารถเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ค่านิยมร่วม(Shared Value) ทักษะ (Skill) ยุทธศาสตร์ (Strategy) ระบบ (System) โครงสร้าง (Structure)รูปแบบ (Style) และกำลังคน (Staff) ตามลำดับ 2. ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ ปรากฎผลการประเมินเบื้องต้นจากการวิจัยเอกสารพบค่อนข้างชัดเจนว่า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคประชาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการและขั้นตอนของการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ของจังหวัด และกลุ่มจังหวัดนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำและยังไม่น่าพึงพอใจนักสำหรับผลการทำสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เจาะลึก ปรากฏผลดังนี้ แม้ว่าประชาชนที่เป็นประชากรกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงการสำรวจส่วนใหญ่จะมีทัศนคติที่ดี และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับหลักการ และแนวคิดของการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ผู้ว่า CEO) แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์ทั้งจากการทำสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์เจาะลึก ล้วนแล้วแต่ให้สอดคล้องกับผลการประเมินเบื้องต้นจากการวิจัยเอกสารและสอดคล้องกับข้อมูลจากการวิจัยเชิงสำรวจ โดยปรากฏว่าพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย และการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการยังอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนักในทุกๆ มิติของ 7’s ของ Mc Kinsey (7’s Mc Kinsey) ซึ่งจะต้องมีการพัฒนากลไกภาครัฐ และพัฒนาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มีดังนี้ 1. พึงจะต้องมีการปฏิรูประบบราชการเพื่อให้เกิดการบูรณาการเชิงแนวดิ่งควบคู่ไ่ปกับการบูรณาการเชิงแนวราบด้วย โดยรัฐพึงจะต้องกำหนดนโยบาย และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับสัดส่วนของบทบาทที่สอดคล้องเหมาะสมและที่พึงจะเป็นระหว่างราชการบริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น 2. รัฐพึงให้ความสำคัญต่อกลไกการเมือง และการบริหารภาคประชาชนให้มากขึ้นโดยพึงจะต้องแสวงหายุทธศาสตร์ ยุทธวิธีในการเพิ่มกระบวนการเรียนรู้ของภาคประชาชนในการบรรลุถึงชุมชนแห่งการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลที่ชัดเจน 3. การส่งเสริมให้ประชาชนและภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมในการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ ซึ่งนอกเหนือจากจะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสใช้ทรัพยากรร่วมกัน และคำนึงถึงผลสำเร็จอันเป็นเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของการพัฒนาจังหวัดแล้ว ยังจะต้องมีรูปธรรมการปฏิบัติอื่นที่สามารถเอื้อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างของคณะกรรมการหรืออนุกรรมการของการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการThe objective of this research is to study public participation process in accordance with the National Constitution B.E.2540 article 76 which specified that the state must promote and support the participation of the public in policy formulation and decision making; in this case the policy on provincial integrated administration. Besides analyzing the present situation of public participation in formulating the policy, the strength, weakness, opportunity and threat also had been analyzed. The alternatives for development had been developed. Policy recommendations to strengthen public participation in this matter also had been made. The research format was comprised of both quantitative and qualitative research. Survey research, documentary research, focus group study and in depth interview were employed. Research result There were some major findings as follows. 1. Undertake survey research by interviewing (with structured questionnaires) target population which had been purposively random sampling. Eleven provinces were selected, target population of 20 persons (averagely) from each province were interviewed (total 214 interviewers) the result was as follows. Most of the study population had positive attitude and agreed with the concept of provincial integrated administration, their main reasons were that it was a mean to decentralize the power and authority to the provincial and local administration rather than centrally monitoring and control as in the past, Besides that it will facilitate every sector (both private and public) to participate in problem solving and sustainable development. However they suggested that the state mechanism especially central administration should pay serious attention and wholeheartedly support manpower, finance and information to the program. Along with the above support there must also be the change of rules and regulation which were the obstacles to decentralization scheme. The survey of public participation in policy formulation for provincial integrated administration using 7’s McKinsey Model as framework of analysis which were structure, strategy, system, style, staff, skill and shared value found that the level of participation was in the medium range (with 3.26 from 5 points) The level of participation for each “s” could be placed from high to low as shared value, skill, strategy, system, structure, style and staff consecutively. 2. Qualitative research result The result of documentary research evidently found that the participation of the people and role of civil society in policy formulation for province and groups of provinces was still unsatisfactory low. From in-depth interview and focus group study it was found that most of the study population had positive attitude and agreed with the concept of provincial integrated administration but the public participation in policy formulation and administration of integrated administration was insufficient in every dimension of 7’s of McKinsey Model. State mechanism especially in local administration and role of the public should be strengthened to increase the participation of the public Policy recommendations 1. There should be administrative reform to create both vertical and horizontal integration. The state must set up policy and clear vision to allocate appropriate proportion between central, provincial and local administration. 2. The state should give high priority to the politics and administration in people sector and the strategy to serve that priority is to facilitate efficiently and effectively the learning process in popular sector to become the learning society. 3. The task of promoting the participation of people and civil society in provincial integrated administration was not only to encourage every sector to have opportunity to share resource utilization and kept the provincial development as common goal; there must also be substantive action which facilitate the real public participation especially participate in organization structure of provincial integrated administration.ปก คำนำ บทคัดย่อ Abstract สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพ บทที่ 1 บทนำ >1.1 เหตุผลความจำเป็นในการศึกษาวิจัย >1.2 วัตถุประสงค์การวิจัย >1.3 กรอบแนวคิดและรูปแบบการศึกษาวิจัย >1.4 ผู้รับผิดชอบโครงการวิจัย >1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรม กรอบแนวคิด ทฤษฎี และผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง >2.1 สาระสำคัญของนโยบายการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ >>2.1.1 หลักการและแนวคิด การบริหารงานแบบ CEO ในลักษณะสากล >>2.1.2 การบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ผู้ว่า ECO) >2.2 แนวคิดและหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน >>2.2.1 ขอบเขตและความหมาย >>2.2.2 ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน >>2.2.3 รูปแบบของการมีส่วนร่วม >>2.2.4 การมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ >2.3 ผลงานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง >>2.3.1 รายงานการติดตามและประเมินผล ระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาติดตามและประเมินผลระบบการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิรูประบบราชการ วุฒิสภา >>2.3.2 สรุปรายงานของนักวิชาการในทีมวางแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด CEO >>2.3.3 ผลงานการวิจัยเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐบาลและองค์กรอิสระ >2.4 แนวคิดในการศึกษาวิจัย บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย >3.1 รูปแบบการวิจัย >3.2 การวิจัยเชิงเอกสาร (Documentary Research) >3.3 การวิจัยเชิงการสำรวจ (Survey Research) >3.4 การสนทนากลุ่ม (Focus Group Study) >3.5 การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) บทที่ 4 ผลการศึกษาวิจัย >4.1 ผลการศึกษาวิจัยเชิงการสำรวจ (Survey Sesearch) >>4.1.1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม >>4.1.2 ความคิดเห็นต่อการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ >>4.1.3 พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ >>4.1.4 ภาพรวมพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยสรุปจำแนกตามปัจจัยแบบจำลอง 7's ของ McKinsey >4.2 ผลการสนทนากลุ่ม (Focus group Study) และการสัมภาษณ์เจาะลึก (In-depth Interview) >4.3 ผลการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภาวะคุกคาม (SWOT Analysis) เกี่ยวกับพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มาตรา 76 >4.4 การวิเคราะห์ทางเลือกกลยุทธ์ (Strategic Alternatives) บทที่ 5 สรุปการอภิปรายผลการศึกษาวิจัย และข้อเสนอแนะ >5.1 สรุปผลการศึกษาวิจัย >5.2 ข้อเสนอแนะและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย >>5.2.1 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย >>5.2.2 ข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต บรรณานุกรม ภาคผนวก >1 : แบบสอบถาม >2 : รายนามคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา >3 : รายนามคณะกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา >4 : รายนามคณะผู้รับผิดชอบโครงการวิจัย >5 : ประวัติผู้วิจัย >>5.2 นางสารศิริ อาจคงหาญ123application/pdfthaสามารถนําไปเผยแพร่ได้ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา - ไม่ใช้เพื่อการค้า - ไม่ดัดแปลง 3.0. (CC BY-NC-ND)การวิจัยสารสนเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภาการมีส่วนร่วมของประชาชนการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการการปฏิรูประบบราชการรายงานการวิจัยเรื่อง ศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 76 : กรณีศึกษา การบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ (CEO)Textสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา