เสด็จฯ พิชิตยอดดอยอินทนนท์ 26 เมษายน 2507

dc.date.accessioned2014-09-17T06:42:00Z
dc.date.available2014-09-17T06:42:00Z
dc.date.issued1995TH
dc.description.tableofcontentsปกหน้า เช้าวันที่ ๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๗ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ไปยังท่าอากาศยานเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นการเดินทางพิชิตดอยอินทนนท์ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ทรงวัดความสูงของสนามบิน แล้วทรงลาผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (พ.ต.อ. นิรันดร ชัยนาม) และผู้ส่งเสด็จฯ ทั้งปวง เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งขึ้นเวลา ๑๑.๔๐ น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประทับข้างหน้าคู่กับนักบิน เพื่อทอดพระเนตรทิวทัศน์ ทรงวัดความสูงขณะบิน ความเร็วเฮลิคอปเตอร์ขณะนี้อยู่ในราว ๗๐-๗๕ แอร์นอต เสด็จฯ ถึงบ้านผาหมอน ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกที่จะไปสู่ดอยอินทนนท์ บ้านผาหมอน นี้มีความสูง ๑,๑๖๐ เมตร ชาวบ้านผาหมอนทั้งยางและแม้วพากันมาเฝ้าฯ มากมาย ทั้งหนุ่มสาว แม่เฒ่า พ่อเฒ่า และเด็กเล็ก เมื่อเสวยพระกระยาหารกลางวันแล้ว ทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้ตามเสด็จฯ และชาวบ้านยางกับแม้ว สักวา อินทนนท์ สูงล้นเหลือ >เริ่มเสด็จฯ ออกเดินทางจากบ้านผาหมอนเวลา ๑๓.๑๐ น. ขึ้นเขาลูกแรกซึ่งเป็นเขาหัวโล้น เพราะชาวเขาตัดต้นไม้หมด เหลือแต่เพียงหญ้าคา เป็นเขาไม่สู้สูงชันนัก ต่อไปก็ชันขึ้นทุกที ฝนเริ่มลงเม็ดทรงพระดำเนินโดยไม่หยุดพักเลย เพราะดงดิบนี้มีทากซึ่งชอบดีดตัวเข้าเกาะผู้คนที่ผ่านไปมา ไม่น่าเชื่อ เดินถึงอย่างผึ่งผาย >เวลา ๑๕.๓๕ น. เสด็จฯ ถึงปางสมเด็จ ซึ่งเดิมเรียกปางกะแรดตามชื่อนักสำรวจพฤกษชาติชาวอังกฤษ ต่อมาเปลี่ยนเป็นปางไกรศรี บัดนี้ตำรวจตระเวนชายแดนเปลี่ยนชื่อใหม่ โดยทำซุ้มประตูไว้สำหรับเสด็จฯ ผ่าน เรียกว่า "ปางสมเด็จ" เมื่อเสด็จฯ ถึง ทรงวัดความสูงได้ ๑,๗๐๐ เมตร หรือ ๕,๘๐๐ ฟุต หมอบุญสมฯ (น.พ.บุญสม มาร์ติน) วัดปรอทได้ ๗๑ องศาฟาเรนไฮท์ หรือ ๒๑ องศาเซนติเกรด ต่อจากนั้นอากาศก็หนาวขึ้นทุกที อุณหภูมิตกลงเหลือ ๑๖ องศา แล้วไม่ตกต่อไปอีก ในค่ำคืนนั้นได้ประทับแรม ภายในเต็นท์แวดล้อมด้วยเต็นท์ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จฯ ต่างก็ก่อไฟผิง เพื่อคลายความหนาวเหน็บ หอบนิด หอบหน่อย บ่พอฮ้าย ทิวทัศน์จากปางสมเด็จมองลงไปยังผาหมอนเมื่อตอนเจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น (๒๖ เมษายน ๒๕๐๗) เหนื่อยแต่กาย บ่จั๊กเพลีย ละเหี่ยใจ >เสวยพระกระยาหารเช้าและเตรียมพระองค์เสด็จฯ พิชิตยอดดอย พร้อมคณะผู้ตามเสด็จฯ เสด็จฯ ถึง จึงวิทยุส่ง ปรับคลื่นตรง ภูพิงค์สิ่งที่หมาย >นายเชิด อะธยาศัยวิสุทธิ์ ป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่ ถวายต้นเอื้องบุกหรือต้นจงอาง ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่หายาก ขณะนี้อากาศแจ่มใสขึ้นกว่าเมื่อเสด็จฯ ถึงใหม่ ๆ ทรงชี้ให้ป่าไม้จังหวัดดูผ้าเช็ดพระพักตร์ ซึ่งมีรูปพันธุ์ดอกไม้ภูเขาแอลป์นานาชนิด ท่านทั้งหลายจงตามมาอย่าช้าเอย ทิวทัศน์บนยอดดอยซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ๆ อากาศค่อนข้างหนาวเย็นยะเยือกขึ้นทุกที ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะตามเสด็จฯ พิชิตดอยอินทนนท์ เสด็จฯ ลงจากยอดดอยเพื่อทอดพระเนตรอ่างกาหลวง ระหว่างทางทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ล้มต้นหนึ่งมีเสื้อกันหนาวสีเขียวทำด้วยมอสสวมอยู่ ต้นไม้ใหญ่ ๆ อายุมากก็สวมเสื้อสีเขียวเช่นเดียวกันในป่านี้ตรงไหนทึบมากก็มักมืด ที่โปร่งหน่อยก็สว่าง ป่าไม้ดอยบวกห้าถวายดอกโรโดเดนดอนสีแดงเลือดนก ซึ่งมีต้นใหญ่ ๆ อยู่หลายต้นบนอ่างกาหลวง ประทับเสวยพระกระยาหารกลางวันบนอ่างกาหลวง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาเล็กน้อย อากาศหนาวเย็นขึ้นทุกขณะ ดอกข้าวตอกฤาษีซึ่งเป็นมอสที่ปกคลุมหนากว่าพรมที่อยู่เต็มอ่างกาหลวง ป่าไม้จังหวัดกราบทูลว่ามีอยู่แห่งเดียวในเมืองไทย นี่คือบริเวณอ่างกาหลวง ซึ่งบัดนี้ไม่เห็นน้ำแล้ว เห็นแต่หญ้าปกคลุมอยู่ หากเดินเลยออกไปก็จะจมโคลน ทิวทัศน์ระหว่างทางเสด็จฯ กลับ เสด็จฯ ผ่าน "ปางสมเด็จ" เวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. ทรงพักครึ่งชั่วโมงแล้วจึงเสด็จฯ ต่อถึงที่พักแรมบ้านผาหมอน ก่อน ๑๗.๐๐ น. เล็กน้อย เช้าวันรุ่งขึ้น (๒๗ เม.ย. ๒๕๐๗) เมื่อเสวยพระกระยาหารเช้าแล้ว ตำรวจตระเวนชายแดนแสดงการต่อสู้ด้วยมีดสั้นถวายทอดพระเนตร นี่คือที่ประทับแรมบ้านผาหมอนที่นาต้นสะระแหน่ ชาวบ้านมาคอยเฝ้าฯ เต็มตามเคยชาวแม้วถวายต้นเอื้องและแหวนเงิน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชทานผ้าห่มแก่ชาวบ้านและพระราชทานยารักษาโรคแก่ผู้ใหญ่บ้าน ทรงฉายพระรูปร่วมกับสาวสวยชาวยาง เสด็จฯ ทอดพระเนตรลำธารน้ำใสใกล้ที่ประทับ ทอดพระเนตรต้นเอื้องพร้าว ต้นเอื้องจงอาง และพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ทรงอำลาจากบ้านผาหมอนประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จฯ กลับเชียงใหม่ ณ สนามบินเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัด (พ.ต.อ. นิรันดร ชัยนาม) รอรับเสด็จฯ ทางพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ตอนเช้าวันนั้น (๒๗ เม.ย. ๒๕๐๗) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงซ้อมเพลงมาร์ชเสด็จฯ ผู้พิชิตดอยอินทนนท์ ขบวนแตรวงเคลื่อนออกจากพระตำหนักเพื่อลงไปต้อนรับ ณ กองรักษาการตำรวจภูธร รถยนต์พระที่นั่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีผ่านกองรักษาการตำรวจภูธร เสด็จฯ ถึงคณะแตรวง ซึ่งคอยต้อนรับอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแสดงความยินดีที่ได้ทรงอุตสาหะพิชิตดอยอินทนนท์จนสำเร็จ ต่อจากนั้นขบวนรับเสด็จฯ ก็เคลื่อนออกจากกองรักษาการเข้าสู่ที่ประทับ วันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงาน "ผาหมอนที่รำลึก" แก่คณะผู้พิชิตดอยอินทนนท์ นายไชยยศ อมมาตยกุล มหาดเล็กที่ตามเสด็จฯ ร้องเพลงเย้ยฟ้าท้าดินถวาย เนื่องในการที่ได้เสด็จฯ พิชิตดอยอินทนนท์ในครั้งนี้ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีประทับฟังพร้อมด้วยคณะผู้พิชิต ต่างระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๒๖ เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาฯ เสด็จฯ มาร่วมในงานนี้ด้วยต่อจากนั้นสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้พระราชทานเหรียญเสมามหาราชแก่ผู้ตามเสด็จฯ พิชิตดอยอินทนนท์โดยทั่วถึงกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กราบบังคมทูลถวายหนังสือรับรองของจังหวัดและคณะเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ เนื่องในวโรกาสที่ได้ทรงอุตสาหะเสด็จฯ พิชิตดอยอินทนนท์จนสำเร็จ และถวายหนังสือรับรองเป็นประชาชนชาวเชียงใหม่ในฐานะที่ได้ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่จังหวัดเชียงใหม่นานัปการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดนตรีร่วมกับวงดนตรีในขณะที่คณะเจ้าหน้าที่ผู้ตามเสด็จฯ พิชิตดอยอินทนนท์เดินแถวเพลงมาร์ชถวายทอดพระเนตร ก่อนเสด็จฯ ขึ้นได้ทรงขอบพระทัยและชมเชยวงดนตรีที่ได้มาร่วมฉลองในวันนี้ วงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นการจบราชการวันผาหมอนรำลึก รายพระนามและรายนามผู้พิชิตยอดดอย ต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๐๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะผู้ตามเสด็จฯ พิชิตดอยอินทนนท์ทั้งหมดเข้าเฝ้า ณ วังสระปทุมเพื่อพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำและพระราชทานของที่ระลึก ซึ่งได้แก่จานรองแก้ว ทำด้วยเงินถมริมขอบจานเป็นรูปดอกไม้สวยงามมาก ตรงกลางเป็นรูปภูเขา อันหมายถึงดอยอินทนนท์ ถัดลงมาเป็นข้อความ ๓ บรรทัดคือ "ที่ระลึกอินทนนท์" พระนาม "สังวาลย์" และวันเดือนปีที่พิชิตดอย "๒๖ เม.ย. ๒๕๐๗" ตามลำดับ ของที่ระลึกพระราชทานนี้แบ่งออกเป็น ๓ แบบ คือแบบที่มีรูปดาวอยู่บนยอดภูเขาสำหรับพระราชทานผู้ที่ตามเสด็จฯ พิชิตยอดดอยจนสำเร็จ แบบที่มีรูปดาวอยู่ไม่ตรงยอดภูเขาสำหรับพระราชทานผู้ที่ตามเสด็จฯ เพียงครึ่งดอย และแบบที่ไม่มีรูปดาวสำหรับพระราชทานผู้ที่ร่วมถวายงานจัดราชการสำรวจ เสด็จฯ สำรวจและปักป้ายดอยต่าง ๆ >เสด็จฯ ทรงปักป่ายดอยสุเทพ ๙ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ สำรวจภูพิงค์ ๑๑ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ทรงปักป้ายดอยบวกห้า พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ๑๐ เมษายน ๒๕๐๗ หลังจากเสวยพระกระยาหารกลางวันที่ดอยบอกห้าแล้วเสด็จฯ ผาคำ ดอยปุย ๑๐ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ น้ำตกแม่ปาน ๑๒ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ทรงปักป้ายดอยปุย ๑๓ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ดอยสุเทพ ครั้งที่ ๒ เพื่อทรงเปลี่ยนป้ายและสถานที่ปักแห่งใหม่ ๑๗ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ทรงปักป้ายน้ำตก ป.ป.ป. และน้ำตก ต.ช.ด. ซึ่งทรงสำรวจและพระราชทานชื่อ ๑๖ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ทรงปักป้ายน้ำตก ซึ่งพระราชทานชื่อว่า "มณฑาธาร" ๑๘ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ผาคำ ดอยปุย พร้อมด้วยท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ๒๑ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ ทรงปลูกต้นไม้ที่น้ำตก ต.ช.ด. ๒๒ เมษายน ๒๕๐๗ เสด็จฯ น้ำตกช่างเคี้ยน ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๗ ปกหลัง
dc.format.extent100TH
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier2538_เสด็จพิชิตยอดดอย_สำนักพระราชวัง.pdfTH
dc.identifier.isbn2147483647TH
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14156/386184
dc.language.isotha
dc.publisherสำนักพระราชวังTH
dc.publisher.placeกรุงเทพฯTH
dc.subjectสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีTH
dc.subjectดอยอินทนนท์TH
dc.titleเสด็จฯ พิชิตยอดดอยอินทนนท์ 26 เมษายน 2507TH
dc.typeText
dcterms.accessRightsOpen access
mods.edition2TH
mods.genreหนังสือหายาก
mods.physicalLocationหอสมุดรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
nalt.date.issuedBE2538
nalt.libBibNumber23907TH
แฟ้มข้อมูล
บันเดิลข้อมูลต้นฉบับ
แสดง 1 - 1 จากทั้งหมด 1
ภาพตัวอย่าง
ชื่อ:
2538_เสด็จพิชิตยอดดอย_สำนักพระราชวัง.pdf
ขนาด:
14.83 MB
รูปแบบ:
Adobe Portable Document Format
กลุ่มข้อมูล