รายงานการวิจัย เรื่อง ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร
10
3
ประเภททรัพยากร
จำนวนหน้า/ขนาด
61
หน่วยงานที่เผยแพร่
วันที่เผยแพร่
2547-05
ISBN
9747218739
หมวดหมู่
ลิงก์เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สิทธิ์ในการเข้าถึง
เจ้าของสิทธิ์
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
ข้อมูลอ้างอิง
ชมนาท รัตนมณี, ฤาเดช เกิดวิชัย, เมธี สูตรสุคนธ์ (2004). รายงานการวิจัย เรื่อง ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร. Retrieved from: https://hdl.handle.net/20.500.14156/586176, https://doi.org/10.82220/823.
ประเภทสภา
เนื้อเรื่องย่อ
การวิจัยเรื่อง ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ในการทำวิจัย 3 ประเด็น คือ ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ และทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ คณะผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 987 ชุด โดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม จากนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร นำมาวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการรับรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ คือ ด้านความสนใจในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของครอบครัว และ การรับรู้ถึงประโยชน์ของวิชาวิทยาศาสตร์ มีค่าสูงที่สุด ส่วนด้านการเป็นแบบอย่างในการสนใจศึกษาค้นคว้าของผู้ปกครอง และความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเพื่อน มีค่าต่ำที่สุด ส่วนทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์นั้น ปรากฏว่า ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์โดยรวม อยู่ในระดับค่อนข้างมากสำหรับระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ พบว่า ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ คือ การรับรู้ถึงประโยชน์ของวิชาวิทยาศาสตร์, การเป็นแบบอย่างในการสนใจศึกษาค้นคว้าของผู้ปกครอง, เพศ, ความสนใจของครอบครัวในการติดตามรายการสารคดี, ระดับความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเพื่อน และการยอมรับว่าวิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ไม่ยากจนเกินไปปัจจัยที่มีผลต่อระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ คือ การรับรู้ถึงประโยชน์ของวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเพื่อน เพศ ความสนใจในการติดตามข่าวสารต่างๆ ของครอบครัว และความสนใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ในชั้นเรียน ซึ่งแต่ละปัจจัยมีผลอย่างเข้มขั้นต่อ ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ตามลำดับ
คณะผู้วิจัย เสนอแนะให้ ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายมีมาตรการสนับสนุนให้โรงเรียน และครอบครัวได้มีการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อ ให้ปัจจัยต่างๆที่ค้นพบส่งผลต่อระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร
Objectives of study; to study scientific thinking and scientific attitude of the students with the impact factors. The 987 random sampling has been collected by using cluster sampling technique. The statistical analysis was arranged and the results are The family's information interest and the perception on scientific outcome hit the high scores, also the parent's supporting on invention and their friend's interest on scientific subject has brought to playing attention to subject. The student's scientific attitude was in the rather high level but the student's scientific thinking was moderate level. The factors of the student's scientific attitude depended on the root of perception on scientific outcome, the parent's supporting on invention, gender, the family's non-fiction T.V. Series interest, the parent's prototype on invention and the scientific subject positive attitude. The factors of the student's scientific thinking depended on the perception on scientific outcome, the friend's interest on scientific subject, gender, the family's non-fiction T.V. Series interest, the parent's information interest and the scientific class interest. The researchers recommend the authorized institution to support the activities that plus the invented factors to develop scientific thinking and scientific attitude of the students.
Objectives of study; to study scientific thinking and scientific attitude of the students with the impact factors. The 987 random sampling has been collected by using cluster sampling technique. The statistical analysis was arranged and the results are The family's information interest and the perception on scientific outcome hit the high scores, also the parent's supporting on invention and their friend's interest on scientific subject has brought to playing attention to subject. The student's scientific attitude was in the rather high level but the student's scientific thinking was moderate level. The factors of the student's scientific attitude depended on the root of perception on scientific outcome, the parent's supporting on invention, gender, the family's non-fiction T.V. Series interest, the parent's prototype on invention and the scientific subject positive attitude. The factors of the student's scientific thinking depended on the perception on scientific outcome, the friend's interest on scientific subject, gender, the family's non-fiction T.V. Series interest, the parent's information interest and the scientific class interest. The researchers recommend the authorized institution to support the activities that plus the invented factors to develop scientific thinking and scientific attitude of the students.
สารบัญ
ปก
กิตติกรรมประกาศ
บทคัดย่อ
Abstract
สารบัญ
บทที่ 1 บทนำ
-1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
-1.2 วัตถุประสงค์ในการวิจัย
-1.3 ขอบเขตในการวิจัย
--1.3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา
--1.3.2 ประชากร
--1.3.3 ระยะเวลา
-1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
-1.5 นิยามศัพท์ปฏิบัติการ
บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรม
-2.1 แนวคิดที่เกี่ยวข้อง
--2.1.1 ความหมายของวิทยาศาสตร์ (Definition of Science)
---ก. ความหมายตามแนวความคิดของนักปรัชญาวิทยาศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์
---ข. ความหมายตามกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ศึกษา
--2.1.2 ทัศนคติวิทยาศาสตร์ (Scientific Attitude)
---ทัศนคติทำให้เกิดพฤติกรรมเยี่ยงนักวิทยาศาสตร์
---ทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับความคิดใหม่ ๆ
---ทัศนคติเกี่ยวกับโลกทัศน์ของแต่ละบุคคล
--2.1.3 ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Thinking)
---ด้านข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ
---ด้านความรู้เชิงวิทยาศาสตร์
--2.1.4 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Methods)
--2.1.5 เครื่องมือวัดความคิดแบบวิทยาศาสตร์
-2.2 กรอบแนวคิดในการวิเคราะห์
--2.2.1 ตัวแปรอิสระ
---ปัจจัยด้านบุคคล
---ปัจจัยด้านครอบครัว
---ปัจจัยด้านวิชาวิทยาศาสตร์
---ปัจจัยด้านสังคม
--2.2.2 ตัวแปรตาม
---ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์
---ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย
-3.1 แบบการวิจัย
-3.2 ประชากร และตัวอย่าง
-3.3 เครื่องมือที่ใช้
-3.4 การประมวลผลวิเคราะห์
--ก. การใช้สถิติพรรณา
--ข. การใช้สถิติอ้างอิง
บทที่ 4 ผลการวิจัย
-4.1 สถานภาพส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง
-4.2 สภาพแวดล้อมและความรู้สึกที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์
-4.3 ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์
-4.4 ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
-4.5 ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์และระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ
-5.1 ข้อสรุป
--สถานภาพส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง
--สภาพแวดล้อมและความรู้สึกที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์
--ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์
--ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
--ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ และระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
-5.2 อภิปรายผล
-5.3 ข้อเสนอแนะ
สารบัญตาราง
-ตาราง 1 แสดงจำนวนและร้อยละสถานภาพส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง
-ตาราง 2 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการรับรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์
-ตาราง 3 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์
-ตาราง 4 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ด้านการรับรู้
-ตาราง 5 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ด้านความรู้สึก
-ตาราง 6 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรม
-ตาราง 7 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
-ตาราง 8 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ด้านการคิดเชิงประจักษ์
-ตาราง 9 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ด้านการคิดเชิงเหตุผล
-ตาราง 10 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ด้านการตั้งข้อสังเกตสงสัย
-ตาราง 11 ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์
-ตาราง 12 การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเมื่อใช้ระดับคะแนนทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์เป็นเกณฑ์
-ตาราง 13 ค่าสัมประสิทธิ์ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์
-ตาราง 14 ค่าน้ำหนักความสำคัญ
-ตาราง 15 ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
-ตาราง 16 การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเมื่อใช้ระดับคะแนนระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์เป็นเกณฑ์
-ตาราง 17 ค่าสัมประสิทธิ์ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์
-ตาราง 18 ค่าน้ำหนักความสำคัญ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ขอบเขตเชิงภูมิศาสตร์หรือเชิงพื้นที่
TH-10 กรุงเทพมหานคร
หน่วยงานที่ให้ทุน
ได้รับทุนอุดหนุนจากคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา