2.05.02 รายงานการศึกษา/วิจัย โดย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
URI แบบถาวรของกลุ่มข้อมูลนี้
เอกสารที่เป็นผลงานทางวิชาการและมีกระบวนการขั้นตอนการจัดทำเนื้อหาความรู้ตามระเบียบการวิจัย ชื่อเรื่องส่วนใหญ่จะระบุชัดเจน เช่น รายงานการศึกษา รายงานการวิจัย ผลงานวิจัย งานวิจัย การวิจัยเชิงสำรวจ รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ บทสรุปสำหรับผู้บริหารรายงานวิจัย/การศึกษา/โครงการ
เรียกดู
รายการที่เพิ่มล่าสุด
รายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ สรุปสำหรับผู้บริหาร เรื่อง ยาเสพติด : มิติเชิงการจัดการสุภณิดา พวงผกา; พีระพงษ์ มานะกิจ; กนกพันธุ์ บัวยา; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะพัฒนาสังคม; สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการทหาร (คณะกรรมาธิการการทหาร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-05)ปกหน้า ยาเสพติด : มิติเชิงจัดการ วัตถุประสงค์ ขอบเขตการวิจัย แนวคิดทฤษฎีหลัก ผลการศึกษาวิจัย วิเคราะห์เนื้อหานโยบาย วิเคราะห์งบประมาณ การศึกษาจากปรากฏการณ์ในพื้นที่การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดตามแนวชายแดนกองทัพภาคที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย บทสรุปและข้อเสนอแนะวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ สรุปผลการวิจัย เรื่อง ความมั่นคง และชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-พม่าสุณัย ผาสุข; อิมรอน มะลูลีม; สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ (คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-06)รากเหง้าของปัญหาทางการเมืองในพม่าแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน ปัญหาด้านหนึ่ง คือ การที่ผู้นำกองทัพ ใช้อำนาจเผด็จการบริหารประเทศ โดยเผชิญกับแรงต่อต้านจากฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนปัญหาอีกด้านหนึ่ง คือ ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลพม่ากับชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ซึ่งในกรณีของไทใหญ่นั้น ได้เปิดฉากการสู้รบในปี 2501 เมื่อรัฐฉานครบกำหนดแยกตัวเป็นอิสระตามข้อตกลงปางหลวง แต่รัฐบาลพม่าไม่ทำตามข้อตกลง และยังส่งกำลังทหารเข้ายึดครองรัฐฉานชาวไทใหญ่จึงจับอาวุธลุกขึ้นต่อต้านนับจากนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากรัฐบาลพม่า และ รัฐบาลไทย การเข้ายึดครองรัฐฉานเพื่อ หวังผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มากมาย และนโยบายของรัฐบาลพม่าในการปราบปรามกองกำลังไทใหญ่ส่งผลกระทบต่อชาวไทใหญ่อย่างมากโดยเฉพาะนโยบายที่เรียกว่า “สี่ตัด” ซึ่งบีบบังคับให้ชาวไทใหญ่จำนวนมากต้องหลบหนีเข้ามาหาที่พักพิงในไทย แต่กลับปรากฏว่า รัฐบาลไทยไม่ยอมรับสถานะ และจัดความช่วยเหลือ ใดๆ แก่ชาวไทใหญ่เหล่านั้นอย่างชัดเจน และเป็นระบบเหมือนกับกรณีของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ทำให้ผู้อพยพชาวไทใหญ่กลายเป็นประเด็นปัญหาต่อความมั่นคงของไทยในหลายๆ ด้าน สถานการณ์ความขัดแย้งในรัฐฉานทำให้พื้นที่ชายแดนไทย-พม่าได้รับผลกระทบจากการผลิต และค้ายาเสพติด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังชนกลุ่มน้อยที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลพม่า ดังนั้น นโยบายของไทยในการขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลพม่าในการแก้ไขปัญหาการผลิต และการค้ายาเสพติดในรัฐฉานจึงมีแนวโน้มที่จะไม่ประสบความสำเร็จ คำตอบสำคัญที่สุด ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่มีต้นกำเนิดจากความขัดแย้งในรัฐฉาน และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย คือ การสนับสนุนอย่างจริงจัง และจริงใจให้พม่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากระบอบเผด็จการทหารสู่ความเป็นประชาธิปไตย รวมทั้งให้รัฐบาลพม่าเลิกกดขี่ข่มเหงชาวไทใหญ่ และชนกลุ่มน้อยอื่นๆปก สรุปผลการวิจัย ความมั่นคง และชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนไทย-พม่า ข้อเสนอแนะ Study on Ethnic Groups and Thai-Burma Border Security Issuesวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ เอกสารสรุปผลการศึกษา เรื่อง แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายกับปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ สาธารณสุข สังคม และเศรษฐกิจ (การติดตามผลภายหลังรัฐบาลมีนโยบายผ่อนผันให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในกิจการ 6 ประเภท พ.ศ. 2545)ชมนาท รัตนมณี; ฤาเดช เกิดวิชัย; เมธี สูตรสุคนธ์ (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547)ปก บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ผลการวิจัย -ด้านความมั่นคง -ด้านสาธารณสุข -ด้านสังคม -ด้านเศรษฐกิจ แนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว อภิปรายผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ -ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย -ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ Executive Summary The results of research are as follows: -National Security -Public Health -Society -Economics Discussion Recommendation Practical Recommendationวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ รายงานการวิจัย เรื่อง ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครชมนาท รัตนมณี; ฤาเดช เกิดวิชัย; เมธี สูตรสุคนธ์ (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-05)การวิจัยเรื่อง ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ในการทำวิจัย 3 ประเด็น คือ ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ และทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ คณะผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 987 ชุด โดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม จากนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร นำมาวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่า สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการรับรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ คือ ด้านความสนใจในการติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของครอบครัว และ การรับรู้ถึงประโยชน์ของวิชาวิทยาศาสตร์ มีค่าสูงที่สุด ส่วนด้านการเป็นแบบอย่างในการสนใจศึกษาค้นคว้าของผู้ปกครอง และความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเพื่อน มีค่าต่ำที่สุด ส่วนทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์นั้น ปรากฏว่า ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์โดยรวม อยู่ในระดับค่อนข้างมากสำหรับระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ พบว่า ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ คือ การรับรู้ถึงประโยชน์ของวิชาวิทยาศาสตร์, การเป็นแบบอย่างในการสนใจศึกษาค้นคว้าของผู้ปกครอง, เพศ, ความสนใจของครอบครัวในการติดตามรายการสารคดี, ระดับความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเพื่อน และการยอมรับว่าวิชาวิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ไม่ยากจนเกินไปปัจจัยที่มีผลต่อระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ คือ การรับรู้ถึงประโยชน์ของวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเพื่อน เพศ ความสนใจในการติดตามข่าวสารต่างๆ ของครอบครัว และความสนใจในการเรียนวิทยาศาสตร์ในชั้นเรียน ซึ่งแต่ละปัจจัยมีผลอย่างเข้มขั้นต่อ ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ตามลำดับ คณะผู้วิจัย เสนอแนะให้ ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายมีมาตรการสนับสนุนให้โรงเรียน และครอบครัวได้มีการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อ ให้ปัจจัยต่างๆที่ค้นพบส่งผลต่อระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครปก กิตติกรรมประกาศ บทคัดย่อ Abstract สารบัญ บทที่ 1 บทนำ -1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา -1.2 วัตถุประสงค์ในการวิจัย -1.3 ขอบเขตในการวิจัย --1.3.1 ขอบเขตด้านเนื้อหา --1.3.2 ประชากร --1.3.3 ระยะเวลา -1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ -1.5 นิยามศัพท์ปฏิบัติการ บทที่ 2 การทบทวนวรรณกรรม -2.1 แนวคิดที่เกี่ยวข้อง --2.1.1 ความหมายของวิทยาศาสตร์ (Definition of Science) ---ก. ความหมายตามแนวความคิดของนักปรัชญาวิทยาศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ ---ข. ความหมายตามกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ศึกษา --2.1.2 ทัศนคติวิทยาศาสตร์ (Scientific Attitude) ---ทัศนคติทำให้เกิดพฤติกรรมเยี่ยงนักวิทยาศาสตร์ ---ทัศนคติที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับความคิดใหม่ ๆ ---ทัศนคติเกี่ยวกับโลกทัศน์ของแต่ละบุคคล --2.1.3 ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ (Scientific Thinking) ---ด้านข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติ ---ด้านความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ --2.1.4 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Methods) --2.1.5 เครื่องมือวัดความคิดแบบวิทยาศาสตร์ -2.2 กรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ --2.2.1 ตัวแปรอิสระ ---ปัจจัยด้านบุคคล ---ปัจจัยด้านครอบครัว ---ปัจจัยด้านวิชาวิทยาศาสตร์ ---ปัจจัยด้านสังคม --2.2.2 ตัวแปรตาม ---ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ---ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย -3.1 แบบการวิจัย -3.2 ประชากร และตัวอย่าง -3.3 เครื่องมือที่ใช้ -3.4 การประมวลผลวิเคราะห์ --ก. การใช้สถิติพรรณา --ข. การใช้สถิติอ้างอิง บทที่ 4 ผลการวิจัย -4.1 สถานภาพส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง -4.2 สภาพแวดล้อมและความรู้สึกที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ -4.3 ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ -4.4 ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ -4.5 ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์และระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ -5.1 ข้อสรุป --สถานภาพส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง --สภาพแวดล้อมและความรู้สึกที่มีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ --ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ --ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ --ปัจจัยที่มีผลต่อทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ และระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ -5.2 อภิปรายผล -5.3 ข้อเสนอแนะ สารบัญตาราง -ตาราง 1 แสดงจำนวนและร้อยละสถานภาพส่วนตัวของกลุ่มตัวอย่าง -ตาราง 2 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการรับรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ -ตาราง 3 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ -ตาราง 4 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ด้านการรับรู้ -ตาราง 5 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ด้านความรู้สึก -ตาราง 6 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรม -ตาราง 7 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ -ตาราง 8 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ด้านการคิดเชิงประจักษ์ -ตาราง 9 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ด้านการคิดเชิงเหตุผล -ตาราง 10 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ด้านการตั้งข้อสังเกตสงสัย -ตาราง 11 ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ -ตาราง 12 การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเมื่อใช้ระดับคะแนนทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์เป็นเกณฑ์ -ตาราง 13 ค่าสัมประสิทธิ์ทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ -ตาราง 14 ค่าน้ำหนักความสำคัญ -ตาราง 15 ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ กับระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ -ตาราง 16 การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณเมื่อใช้ระดับคะแนนระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์เป็นเกณฑ์ -ตาราง 17 ค่าสัมประสิทธิ์ระบบคิดแบบวิทยาศาสตร์ -ตาราง 18 ค่าน้ำหนักความสำคัญ บรรณานุกรม ภาคผนวกวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ รายงานการวิจัย เรื่อง ปัญหาการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยพัฒนา ศิริโชติบัณฑิต; เมธี สูตรสุคนธ์ (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-06)การศึกษาวิจัยเรื่อง "ปัญหาการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย” หรือ บสท.เป็นการค้นหาปัจจัยและปัญหาของการนำเอานโยบายสาธารณะไปปฏิบัติตามพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พุทธศักราช 2544 (พรก. บสท. พ.ศ. 2544) ที่นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่มีจำนวนมากถึง 2.7 ล้านล้านบาท หลังจากการเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศไทยในกลางปี พ.ศ. 2540 ที่ผ่านมา ว่า บสท.ได้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาในช่วงระยะเวลา 2 ปีกว่า ได้ผลเป็นอย่างไร มีปัจจัยที่ส่งผลกระทบและปัจจัยที่ได้รับผลกระทบอันเกิดจาก พรก. บสท. พ.ศ. 2544 ปัญหาการดำเนินงานของ บสท. และแนวทางการแก้ปัญหาการดำเนินของ บสท. นั้นมีอะไรบ้าง ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่เป็นตัวแบบของ William N. Dunn ที่มีปัจจัยที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในนโยบาย ปัจจัยสิ่งแวดล้อมทางนโยบาย และปัจจัยนโยบายสาธารณะมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน กล่าวคือ ตัวแปรทั้งสามจะส่งผลกระทบต่อกันและกันได้ต่อการใช้นโยบายสาธารณะที่เป็นพรก. บสท. พ.ศ. 2544 ส่วนปัจจัยที่เป็นตัวแปรในตัวแบบทั่วไปของ Mazmanian และ Sabatierของกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติตาม พรก.บสท. พ.ศ. 2544 นั้น พบว่าตัวแปรความยากง่ายของปัญหาในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพส่งผลกระทบต่อการกำหนดตัวแปรสมรรถนะของกฎหมายในการกำหนดโครงสร้างการนำนโยบายไปปฏิบัติ และตัวแปรสภาพแวดล้อมที่มีต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นตัวแปรที่มิใช่กฎหมาย และทั้ง 3 ตัวแปรดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ต้อยคุณภาพที่รับโอนมาจากสถาบันการเงินทั้งทางภาครัฐและเอกชนด้วย โดยปัญหาการดำเนินงานของ บสท. ที่ค้นพบส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายตามพรก. บสท. พ.ศ. 2544 ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาการโอนหนี้ด้อยคุณภาพมาที่ บสท. ยังมีจำนวนน้อย ปัญหาการปฏิบัติงานของพนักงาน บสท. และการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายนอกของ บสท. เอง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงระยะการดำเนินงานของปีแรกคือ ปี 2544 ส่วนปัญหาการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. มีความล่าช้า ปัญหาความไม่โปร่งใสของบริษัทที่ปรึกษาของ บสท. และปัญหาการระบายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ล่าช้า ซึ่งเป็นการดำเนินงานในรอบปี 2545 สุดท้าย เป็นปัญหาการปรับโครงสร้างหนี้และโครงสร้างกิจการ ปัญหาความไม่สุจริตของลูกหนี้ และปัญหาการจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่สำเร็จของการดำเนินงาน บสท. ในรอบปี 2546 เพราะฉะนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของ บสท. ในระยะต่อไปที่จะต้องทำการปรับปรุงวิธีการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ คือ มีการวิเคราะห์และจัดประเภทลูกหนี้ การสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ นำวิธีการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการมาใช้ มีการบริหารงานองค์กรแบบธรรมาภิบาล มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ เร่งรัดให้มีการปรับแก้ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีการส่งเสริมการตลาดให้กับอสังหาริมทรัพย์ เร่งจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์โดยเร็ว และนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้กับการบริหารงานภายในองค์กร บสท.ปก ปัญหาการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย[พัฒนา ศิริโชติบัณฑิต] บทคัดย่อ Abstract กิตติกรรมประกาศ สารบัญ บทที่ 1 บทนำ -1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา -1.2 วัตถุประสงค์ในการวิจัย -1.3 ขอบเขตการวิจัย -1.4 คำนิยามศัพท์เฉพาะ -1.5 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล -4.1 ระบบนโยบายสาธารณะ --4.1.1 ผู้มีส่วนได้เสียในนโยบายสาธารณะ --4.1.2 สิ่งแวดล้อมนโยบายสาธารณะ --4.1.3 นโยบายสาธารณะ -4.2 กระบวนการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ --4.2.1 ความยากง่ายของปัญหา --4.2.2 สมรรถนะของกฎหมายในการกำหนดโครงสร้างการนำนโยบายไปปฏิบัติ --4.2.3 สภาพแวดล้อมซึ่งมิใช่กฎหมายที่มีผลต่อการนำนโยบายไปปฏิบัติ --4.2.4 ขั้นตอนของกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติ บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ -5.1 ปัญหาและแนวทางการแก้ไขการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ประจำปี พ.ศ. 2544 --5.1.1 ปัญหาการดำเนินงานของ บสท. ประจำปี พ.ศ. 2544 --5.1.2 แนวทางในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ประจำปี 2544 --5.1.3 แนวปฏิบัติในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ปี 2544 --5.1.4 ผลการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ในรอบปี 2544 -5.2 ปัญหาและแนวทางการแก้ไขการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ประจำปี พ.ศ. 2545 --5.2.1 ปัญหาการดำเนินงานของ บสท. ประจำปี พ.ศ. 2545 --5.2.2 ผลการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ในรอบปี 2545 -5.3 ปัญหาและแนวทางการแก้ไขการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ประจำปี พ.ศ. 2546 --5.3.1 ปัญหาการดำเนินงานของ บสท. ประจำปี พ.ศ. 2546 --5.3.2 ผลการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ในรอบปี 2546 -5.4 สรุปผลปัญหาและผลการดำเนินงานโดยรวมของ บสท. ตั้งแต่ปี 2544 - 2546 --5.4.1 ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จากการดำเนินงานของ บสท. ในปี 2544 --5.4.2 ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จากการดำเนินงานของ บสท. ในปี 2545 --5.4.3 ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จากการดำเนินงานของ บสท. ในปี 2546 --5.4.4 ผลการดำเนินงานโดยรวมของ บสท. -5.5 ข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของ บสท. --5.5.1 การวิเคราะห์ลูกหนี้ที่ได้รับโอนมาจากสถาบันการเงิน --5.5.2 การสร้างเงื่อนไขเพื่อเอื้อต่อการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ --5.5.3 เร่งนำเอาวิธีการควบรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการมาใช้กับลูกหนี้ --5.5.4 การบริหารงานแบบธรรมาภิบาล --5.5.5 การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ --5.5.6 เร่งแก้ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง --5.5.7 การส่งเสริมการตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้น --5.5.8 เร่งดำเนินการตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นจริง --5.5.9 เร่งจัดการลูกหนี้ที่ไม่สุจริตอย่างจริงจัง --5.5.10 นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้กับการบริหารงานองค์กร บรรณานุกรม ภาคผนวก -ภาคผนวก ก. พระราชกำหนด บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พุทธศักราช 2544 -ภาคผนวก ข. ประกาศคณะกรรมการ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย -ภาคผนวก ค. รายนามผู้บริหารระดับสูง บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ประวัตินักวิจัย สารบัญตาราง -ตารางที่ 5.1 สรุปการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ประจำปี 2544 -ตารางที่ 5.2 สรุปการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมายัง บสท. ในรอบปี 2545 -ตารางที่ 5.3 สรุปการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ประจำปี 2545 -ตารางที่ 5.4 สรุปการโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพมายัง บสท. ในรอบปี 2546 (วันที่ 30 กันยายน 2546) -ตารางที่ 5.5 สรุปการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของ บสท. ประจำปี 2546 (วันที่ 30 กันยายน 2546) สารบัญภาพ -ภาพที่ 2.1 แสดงระบบนโยบายสาธารณะ -ภาพที่ 2.2 แสดงตัวแบบทั่วไปของกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ รายงานการวิจัย เรื่อง ยาเสพติด : มิติเชิงการจัดการสุภณิดา พวงผกา; พีระพงษ์ มานะกิจ; กนกพันธุ์ บัวยา; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะพัฒนาสังคม; สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการทหาร (คณะกรรมาธิการการทหาร สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-05)งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อประเมินโครงการการจัดการปัญหายาเสพติด การปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ(ศตส.) และ คตส. กองทัพไทย ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับจากการศึกษานี้มาเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อใช้ประโยชน์ในหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะกำกับตรวจสอบการจัดการการแก้ปัญหายาเสพติดต่อไป การศึกษาครั้งนี้จะเน้นประเด็นนโยบายการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในห้วงรัฐบาลปัจจุบัน โดยในด้านปัจจัยนำเข้าจะประเมินโดยใช้แนวคิดพื้นฐานของนโยบาย ด้านกระบวนการเน้นตัวแปรด้านการวางแผน การจัดองค์กร การจัดและ บริหารบุคลากร การกำกับติดตามและการประเมินผล โดยส่วนของการประเมินด้านกระบวนการได้ศึกษาองค์กรหลัก ๆ ที่สามารถสะท้อนภาพการปฏิบัติในพื้นที่ คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 / กองกำลังผาเมือง ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่และ เชียงราย ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้อบกพร่องซึ่งแนวคิดของโครงการมีทั้งข้อด้อยในการวิเคราะห์ปัญหาของมิติด้านผู้ค้าและผู้เสพ 1.1 ด้านผู้ค้าและกระบวนการผลิตเป็นเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจเป็นด้านหลักการปราบปรามเฉพาะผู้ค้าปลีก สายส่งรายย่อย ไม่สร้างความยั่งยืน 1.2 ด้านผู้เสพเป็นปัญหาเชิงการผลิตซ้ำทางความคิด ซึ่งต้องมองปัจจัยด้านกว้างกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เสพ 2) มีปัญหาเรื่องการบูรณาการแผนงานและงบประมาณไม่ตรงกับเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์หลักการป้องกันและปราบปราม 3) ปัญหาการปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ภาคเหนือพบว่า 3. 1 จังหวัดในฐานะเจ้าภาพหลัก ไม่สามารถควบคุมตัวแปรสำคัญที่เป็นต้นตอปัญหาได้ เช่น “ไม่มีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาที่เน้นเฉพาะด้านเศรษฐกิจแต่ละเลยด้านสังคมไม่สามารถบริหารงานแบบเบ็ดเสร็จ ในฐานะผู้ว่าCEO “ได้จริง งานการปราบปรามยาเสพติดเหมือนงานฝากเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดมีภาระตามสถานภาพผู้ว่า CEO มาก จึงไม่อาจตอบสนองทุกภารกิจได้จึงขึ้นกับนโยบายความเร่งด่วนของรัฐบาล 3.2 ด้านกองทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้ปฏิบัติงานป้องกันชายแดน มีความพร้อมขององค์กรแบ่งความรับผิดชอบให้หน่วยรองในลักษณะพื้นที่ และงานปราบปรามยาเสพติดเข้ากันได้กับบทบาททหารในยุค หลังสงครามเย็น แต่ปัญหาอุปสรรคหน้าที่ของทหารคือ ขาดอำนาจหน้าที่โดยตรง ขาดแคลนงบประมาณ และ หน่วยปฏิบัติระดับพื้นที่ ไม่สามารถตัดสินใจเลือกแผนงาน โครงการและงบประมาณได้โดยตรง ต้องผ่านหน่วยระดับบัญชาการ ซึ่งบางครั้งมีความเห็นไม่สอดคล้องกันในทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงาน เช่น กรณีหน่วยบัญชาการมักนิยมวางตัวเป็นผู้ปฏิบัติมีโครงการที่เกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมและประชาสัมพันธ์มาก แทนที่จะกระจายงบประมาณไปสู่ระดับปฏิบัติการ 4. ข้อเสนอแนะของการศึกษา 4.1 เน้นเรื่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก ควบคู่กับการใช้แนวคิดที่ถูกต้อง ในการแก้ปัญหายาเสพติดที่รากเจ้าของปัญหา 4.2 การแก้ปัญหาด้าน (Supply Side) ควรเน้นมิติเชิงโครงสร้างอำนาจ มิติเชิงสังคมโดยการป้องกันการผลิตซ้ำเชิงอุดมการณ์ ให้สังคมอยู่บนแนวคิดและ วิถีชีวิตแบบเหมาะสมพอเพียง ซึ่งหมายถึงควรกำกับทิศทางของสื่อ เข้มงวดในวัฒนธรรมการบริโภคสิ่งเสพติดถูกกฎหมาย (เหล้า เบียร์ บุหรี่) การจัดระเบียบสังคม 5. ด้านการวางแผนยุทธศาสตร์และงบประมาณ ควรใช้แนวทางเชิงวิชาการให้มีความสอดคล้องระหว่างแผนงาน คน และเงิน มีการกำกับติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบด้วยปก คำนำ กิตติกรรมประกาศ บทคัดย่อ Abstract สารบัญ บทที่ 1 ปรากฏการณ์ และ ความสำคัญของปัญหา -1.1 ที่มา และ ความสำคัญของปัญหา -1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย -1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ -1.4 ขอบเขตของการวิจัย -1.5 นิยามศัพท์ บทที่ 2 กรอบแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง -2.1 แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด -2.2 แนวคิดเชิงอำนาจ -2.3 แนวคิดเกี่ยวกับปัจจัยด้านผู้เสพ Demand Side -2.4 แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินนโยบาย/โครงการ -2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย -3.1 แนวคิดในการศึกษา -3.2 วิธีการศึกษา --3.2.1 การวิจัยเชิงเอกสาร --3.2.2 การวิจัยเชิงสำรวจ --3.2.3 การสัมภาษณ์และสังเกตการณ์ -3.3 วิธีการรวบรวมข้อมูล -3.4 การวิเคราะห์ข้อมูล --3.4.1 ด้านปัจจัยนำเข้า --3.4.2 ด้านกระบวนการ --3.4.3 ผลที่เกิดขึ้น บทที่ 4 ผลการศึกษา -4.1 พัฒนาการของนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด --4.1.1 นโยบายดั้งเดิมสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2541 (ชวน 3) --4.1.2 นโยบายใหม่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร -4.2 วิเคราะห์เนื้อหานโยบาย -4.3 ปัจจัยด้านงบประมาณ บทที่ 5 ผลการศึกษาจากปรากฏการณ์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือ -5.1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือ (สปน.) --ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) --กลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนเอาชนะยาเสพติดภาคเหนือ ประจำปี 2547 --การแปลงยุทธศาสตร์ลงสู่แผนเอาชนะยาเสพติดภาคเหนือ -5.2 ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดตามแนวชายแดนกองทัพภาคที่ 3 --วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของ ศตส.ทภ.3 --ตัวอย่างของแผนงานโครงการความร่วมมือไทย-พม่า เพื่อพัฒนาชุมชนบ้านยองข่า -5.3 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 1 (ฉก.ม.1) --การดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดของ ฉก.ม.1 --วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคจากการปฏิบัติงานของ ฉก.ม.1 -5.4 ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเชียงราย --นโยบายและแผนงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย --ผลการดำเนินงานของ ศตส.จ.ชร. --แผนงาน/ โครงการ/ กิจกรรม --วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคจากการดำเนินงานของ ศตส.จ.ชร. -5.5 ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ --หน้าที่ของ ศตส.จ.ชม. บทที่ 6 บทสรุป -6.1 ปัญหาเชิงแนวคิดด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (Supply Side) -6.2 ปัญหาระบบการบริหารงบประมาณ -6.3 การศึกษาจากการสัมภาษณ์และศึกษาจากเอกสารวิจัย -6.4 ปัญหาในเชิงการจัดการในระดับจังหวัด -6.5 หน่วยงานกองทัพภาคที่ 3 และการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด -6.6 ข้อเสนอแนะ สารบัญตาราง -ตารางที่ 2.1 เปรียบเทียบรายละเอียดของ Formative & summative Evaluation -ตารางที่ 4.1 แสดงงบประมาณป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด จำแนกตามแผนงาน -ตารางที่ 4.2 แสดงงบประมาณด้านการป้องกัน จำแนกตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง -ตารางที่ 4.3 แสดงงบประมาณด้านการปราบปราม จำแนกตามหน่วยงาน -ตารางที่ 4.4 แสดงงบประมาณด้านการบำบัดรักษา จำแนกตามหน่วยงาน -ตารางที่ 4.5 แสดงงบประมาณด้านการแก้ไขลักษณะผสมผสาน จำแนกตามหน่วยงาน -ตารางที่ 4.6 แสดงงบประมาณ จำแนกตามยุทธศาสตร์และหน่วยปฏิบัติ -ตารางที่ 4.7 แสดงโครงการ/ กิจกรรมด้านการประชาสัมพันธ์ -ตารางที่ 4.8 แสดงโครงการ/ กิจกรรมด้านการอบรมสัมมนา -ตารางที่ 5.1 แสดงงบประมาณ จำแนกตามแผนเอาชนะยาเสพติดภาคเหนือ 2547 -ตารางที่ 5.2 แสดงงบประมาณ จำแนกตามจังหวัด สารบัญแผนภูมิ -แผนภูมิที่ 2.1 แสดงขั้นตอนการประเมินโครงการ -แผนภูมิที่ 2.2 แสดงตัวแบบ Input-Output Model -แผนภูมิที่ 2.3 โมเดลพื้นฐานของสตัฟเฟิลบีม -แผนภูมิที่ 2.4 ความสัมพันธ์ของการตัดสินใจและประเภทของการประเมินโมเดลของสตัฟเฟิลบีม -แผนภูมิที่ 2.5 ตัวแบบ CPO''S Evaluation Model -แผนภูมิที่ 2.6 แบบจำลองการประเมินของ Tyler -แผนภูมิที่ 4.1 โครงสร้างบุคลากรทางการเมืองในการแก้ไขปัญหายาเสพติด -แผนภูมิที่ 4.2 รายละเอียดของแผนยุทธศาสตร์ -แผนภูมิที่ 4.3 งบประมาณเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2546 ของกระทรวงกลาโหมและ กอ.รมน. -แผนภูมิที่ 4.4 งบประมาณเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2547 ของกระทรวงกลาโหมและ กอ.รมน. -แผนภูมิที่ 5.1 โครงสร้างการบริหารสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาคเหนือ -แผนภูมิที่ 5.2 โครงสร้างการอำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด -แผนภูมิที่ 5.3 แสดงงบประมาณ จำแนกตามหน่วยงาน -แผนภูมิที่ 5.4 โครงสร้างองค์กรของกองทัพภาคที่ 3 -แผนภูมิที่ 5.5 โครงสร้างองค์กรของศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ 3 -แผนภูมิที่ 5.6 โครงสร้างองค์กรของกองกำลังผาเมือง บรรณานุกรมวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ เอกสารสรุปผลการวิจัย เรื่อง ศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับช้างเลี้ยงและช้างป่าในประเทศไทยสุมลยา กาญจนะพังคะ; สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา; คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-08)ปกหน้า บทสรุปสำหรับผู้บริหาร Executive summaryวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ เอกสารสรุปผลการวิจัย เรื่อง ปัญหาการดำเนินงานของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยพัฒนา ศิริโชติบัณฑิต (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-06)ปกหน้า บทสรุปสำหรับผู้บริหาร Executive Summaryวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ บทสรุปสำหรับผู้บริหาร เรื่อง ระบบคิดและทัศนคติแบบวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครชมนาท รัตนมณี; ฤาเดช เกิดวิชัย; เมธี สูตรสุคนธ์ (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-05)ปกหน้า สรุปสำหรับผู้บริหาร Executive Summaryวุฒิสภารายการข้อมูล เปิดให้เข้าถึงได้ รายงานการวิจัย เรื่อง แนวทางการพัฒนานักกีฬาอาชีพภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ : กรณีศึกษากีฬาเทนนิสอาชีพและกีฬาฟุตบอลอาชีพสุพิตร สมาหิโต; ชัย นิมากร; นนชัย ศานติบุตรกุล (สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, 2547-03)การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรค ในการพัฒนานักเทนนิสและ นักฟุตบอลเพื่อไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ และเพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนานักเทนนิสและนักฟุตบอลอาชีพภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนากีฬาเทนนิสและกีฬาฟุตบอล ได้แก่ ผู้ฝึกสอน ผู้จัดการทีม นักกีฬา ผู้ปกครอง ผู้บริหารสมาคมกีฬา สื่อมวลชน ผู้ให้การสนับสนุน ผู้ตัดสิน และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการพัฒนากีฬาของประเทศได้แก่ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และ สภาผู้แทนราษฎร นายกสมาคมกีฬาจังหวัด ผู้บริหารจากสำนักงานพัฒนากีฬาและนันทนาการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนทั้งสิ้น 80 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ ซึ่งพัฒนาโดยนักวิจัย โดยรวบรวมแนวความคิด จากผู้ทรงคุณวุฒิ ภายหลังการรับฟังการบรรยาย การสัมมนา โดยผ่านกระบวนการ Structured Interview Technique และตรวจสอบความแม่นตรงเชิงเนื้อหาของแบบสัมภาษณ์ และเนื่องจากการวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิง คุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงพรรณนาจึงได้นำมาใช้ ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหา อุปสรรคในการพัฒนานักเทนนิสและนักฟุตบอล เพื่อไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพนั้น จะไปเกี่ยวข้องกับด้านบุคลากร ซึ่งได้แก่ ผู้ฝึกสอน ผู้ปกครอง นักกีฬา นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้ชม สื่อมวลชน ครูพลศึกษา ด้านงบประมาณ ซึ่งจะเป็นรายได้ ผู้ให้การสนับสนุน ด้านวัสดุอุปกรณ์และสนามกีฬา ตลอดจนด้านการบริหารจัดการ ซึ่งจะไปเกี่ยวข้องกับโครงสร้างขององค์กรกีฬา การบริหารจัดการภายในองค์กร และการจัดการแข่งขัน สำหรับการกำหนดแนวทางในการพัฒนานักเทนนิสและนักฟุตบอลอาชีพภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบนั้น พบว่า จะต้องมีขั้นตอนของการพัฒนา 3ระดับ คือ การพัฒนาระดับเยาวชนไปสู่ระดับท้องถิ่น การพัฒนาระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับชาติ และการพัฒนาระดับชาติไปสู่ระดับอาชีพ ซึ่งการพัฒนาในแต่ละระดับจะต้องมีการบูรณาการกันอย่างต่อเนื่อง จากข้อค้นพบดังกล่าวนักวิจัยได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่า แนวทางในการพัฒนานักเทนนิสและนักฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นระบบนั้น ภาครัฐจะต้องเป็นศูนย์กลางในการให้การสนับสนุนในระยะต้น โดยมีภาคเอกชนเป็นเครือข่าย ทั้งนี้ หากรัฐบาลจะมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ความเป็นกีฬาอาชีพของนักเทนนิสและนักฟุตบอลไทย นั้น จะสามารถเป็นสินค้านำออกที่จะเข้าสู่ตลาดโลก ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ซึ่งองค์กรต่างๆ ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ธนาคารเพื่อการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และศูนย์เพิ่มผลผลิตอุตสาหกรรมจะเข้ามามีส่วนผลักดันทำให้การดำเนินการตามภารกิจของกระทรวงอุตสาหกรรมมีความชัดเจนและบังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งผลที่จะได้ตามมา คือ การมีรายได้เข้าสู่ประเทศ และการประชาสัมพันธ์โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ไปยังทั่วโลก ก็เป็นผลพลอยได้อีกหนทางหนึ่งด้วยปก กิตติกรรมประกาศ สารบัญ แนวทางการพัฒนานักกีฬาอาชีพภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมของภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ : กรณีศึกษากีฬาเทนนิสอาชีพและกีฬาฟุตบอลอาชีพ[สุพิตร สมาหิโต] บทคัดย่อ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ของการวิจัย ข้อตกลงเบื้องต้น ขอบเขตการวิจัย นิยามศัพท์ ประโยชน์ที่ได้รับ วิธีดำเนินการวิจัย -กลุ่มตัวอย่าง -เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย -การเก็บรวบรวมข้อมูล -การวิเคราะห์ข้อมูล ผลการวิจัย -กีฬาเทนนิสอาชีพ -กีฬาฟุตบอลอาชีพ -สภาพความเป็นจริงและแนวทางการพัฒนานักเทนนิสอาชีพ ภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมจากภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ -แนวทางการพัฒนานักเทนนิสอาชีพภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมจากภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ -สภาพความเป็นจริงและแนวทางการพัฒนานักฟุตบอลอาชีพ ภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมจากภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ -แนวทางการพัฒนานักฟุตบอลอาชีพภายใต้การสนับสนุนและส่งเสริมจากภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ สรุปและข้อเสนอแนะเพื่อการเร่งพัฒนาให้ภาพรวมของกีฬาอาชีพในประเทศไทยเกิดผลสัมฤทธิ์ รายการอ้างอิง ภาคผนวก -ประวัติและผลงานของคณะนักวิจัยวุฒิสภา