รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (3) กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา
3
4
แฟ้มข้อมูล
ประเภททรัพยากร
จำนวนหน้า/ขนาด
32
หน่วยงานที่เผยแพร่
วันที่เผยแพร่
2540
หมวดหมู่
สิทธิ์ในการเข้าถึง
ข้อมูลอ้างอิง
คณิน บุญสุวรรณ (1997). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (3) กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 (3) กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา. Retrieved from: https://hdl.handle.net/20.500.14156/460885.
ผู้แต่ง
สารบัญ
ปกหน้า
ปกใน
กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา
สารบัญ
กระบวนการทำงานของระบบรัฐสภา
-1. องค์ประกอบของรัฐสภาซึ่งเป็นระบบสองสภา ตามมาตรา 90
-2. พระมหากษัตริย์ทรงตราร่างพระราชบัญญัติหรือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นเป็นกฎหมาย โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ตามมาตรา 92
-3. นายกรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วขึ้นทูลเกล้าฯถวายภายในยี่สิบวัน ตามมาตรา 93
-4. พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ที่จะมีพระบรมราชวินิจฉัยร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา 94
-5. องค์ประกอบและที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 98
-6. การยุบสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 116
-7. การแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 120
-8. องค์ประกอบและที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 121
-9. การเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 149
-10. องค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภา ตามมาตรา 155
-11. การเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งและสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ตามมาตรา 159
-12. กำหนดเวลาสมัยประชุมสามัญของรัฐสภาเป็นเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามมาตรา 160
-13. การเรียกประชุม การเปิด และการปิดประชุมรัฐสภา ตามมาตรา 161
-14. การเข้าชื่อร้องขอให้เรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ตามมาตรา 163
-15. การเสนอร่างพระราชบัญญัติโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 169
-16. การเข้าชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนเพื่อขอให้รัฐสภาพิจารณากฎหมาย ตามมาตรา 170
-17. การดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหรือ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ถูกแก้ไขจนกลายเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ตามมาตรา 171
-18. การเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 172
-19. การดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีระบุไว้ในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภา แต่สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 173
-20. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตามมาตรา 174
-21. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติ บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของวุฒิสภา ตามมาตรา 175
-22. การดำเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องยับยั้งไว้ ตามมาตรา 176
-23. การให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมีหลักการเดียวกับร่างประราชบัญญัติหรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ต้องยับยั้งไว้หรือไม่ ตามมาตรา 177
-24. การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ หรือร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภา ยังมิได้ให้ความเห็นชอบต่อไปได้ใหม่ ตามมาตรา 178
-25. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 180
-26. การตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ตามมาตรา 183
-27. การตั้งกระทู้ถามสด ตามมาตรา 184
-28. การยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 185
-29. การยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 186
-30. การเข้าชื่อเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา ตามมาตรา 187
-31. การประชุมเปิดเผยและการประชุมลับของสภา ผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา หรือการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา 188
-32. การทำงานและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประจำสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามมาตรา 189
-33. การตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับสตรี เป็นจำนวนหนึ่งในสาม ตามมาตรา 190
-34. การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา 193
-35. นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรีมีจำนวนไม่เกินสามสิบหกคนตามมาตรา 201
-36. การเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 202
-37. การห้าม ส.ส ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในขณะเดียวกัน ตามมาตรา 204
-38. การเข้าประชุมในที่ประชุมสภาของรัฐมนตรีโดยไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนตามมาตรา 210
-39. การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาโดยไม่มารลงมติความไว้วางใจ ตามมาตรา 211
-40. ความรับผิดชอบของรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามาตรา 212
-41. คณะรัฐมนตรีขอฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 213
-42. การให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ตามมาตรา 214
-43. การพ้นจากตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 215
-44. การสิ้นสุดจากตำแหน่งของรัฐมนตรี ตามมาตรา 216
-45. การให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามมาตรา 217
-46. การตราพระราชกำหนดกรณีเพื่อความปลอดภัยสาธารณะหรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามมาตรา 218
-47. การตราพระราชกำหนดกรณีจำเป็นเร่งด่วนเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากรหรือเงินตรา ตามมาตรา 220
-48. พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา 221
-49. พระราชอำนาจในการประกาศสงครามเมื่อได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามมาตรา 223
-50. พระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศ ตามมาตรา 224
-51. การจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรมขึ้นใหม่ ตามมาตรา 230
-52. การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งโดยวุฒิสภา ตามมาตรา 303
-53. การเข้าชื่อร้องขอเพื่อให้วุฒิสภามีมติถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งตามมาตรา 304
-54. การลงมติของวุฒิสภาให้ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 307
-55. การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 313
ปกหลัง