รายงานการศึกษา เรื่อง การสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย

dc.contributor.authorอัญชลี จวงจันทร์
dc.contributor.authorสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักวิชาการ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา
dc.date.accessioned2025-11-13T07:29:44Z
dc.date.available2025-11-13T07:29:44Z
dc.date.issued2025-11
dc.description.abstractรายงานการศึกษา เรื่อง การสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยก่อนการ ประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ศึกษากฎหมายรับรองการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศ ไทยและต่างประเทศ และศึกษาการรับรองสิทธิของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหลังจาก พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรส เท่าเทียมมีผลบังคับใช้ โดยใช้การวิจัยเอกสาร ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศของประเทศไทยก่อนมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรส เท่าเทียม แบ่งปัญหาสำคัญออกเป็น 3 ประการ คือ 1) ปัญหาการรับรองสิทธิในการสมรสระหว่างเพศ เดียวกันในประเทศไทย 2) ปัญหาการรับรองและคุ้มครองสิทธิการสมรสตามกฎหมายประเทศไทย และ 3) ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส 2. การรับรองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่มีความหลากหลายในประเทศไทย รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้มีการรับรองสิทธิทางกฎหมาย ความเสมอภาค และการป้องกัน การเลือกปฏิบัติ โดยสิทธิที่จะได้รับการรับรองและคุ้มครอง ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา คู่สมรส อีกฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ บุคคลจะทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ไม่ได้ และกรณี การหย่าที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งยากจนลงเพราะไม่มีรายได้เพียงพอจากทรัพย์สินหรือจากการงานตามที่เคยทำอยู่ ระหว่างสมรส อีกฝ่ายหนึ่งนั้นจะขอให้ฝ่ายที่ต้องรับผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้ได้ และสิทธิในการรับบุตรบุญธรรม นอกจากนั้น การรับรองและคุ้มครองสิทธิการสมรสตามกฎหมายต่างประเทศ พบว่าสหรัฐอเมริกามีการ รับรองกฎหมายแต่งงานของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ประเทศแคนาดามีการห้ามการเลือกปฏิบัติ ต่อบุคคลด้วยเหตุผลจากรสนิยมทางเพศที่แตกต่างกัน สหราชอาณาจักรมีการออกกฎหมายรับรองการจด ทะเบียนความสัมพันธ์ของบุคคลเพศเดียวกัน และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีให้การคุ้มครองคู่สัมพันธ์ที่เป็น บุคคลเพศเดียวกันให้เสมือนกับคู่สมรสต่างเพศ 3. การรับรองสิทธิของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศหลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ พบว่า 1) เหตุผลสำคัญ คือ เพื่อรองรับให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถหมั้นและสมรสกันได้ เร่งรัด การพิจารณาและออกกฎหมายเกี่ยวกับการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ 2) มีการรับรองสิทธิประโยชน์ตาม กฎหมายที่บัญญัติถึงสิทธิของ “คู่สมรส” หรือ “สามีภริยา”กล่าวคือ สิทธิในการใช้นามสกุลของคู่สมรส สิทธิ ในการให้ความยินยอมรักษาพยาบาล สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายประกันสังคม โดยภายหลังพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) มีผลบังคับใช้ จะส่งผลให้บุคคลที่มีความหลากหลาย ทางเพศมีการรับรองสิทธิ คือ การสมรสระหว่างคนไทยกับคนต่างชาติ การแบ่งสินส่วนตัวและสินสมรส การจัดการสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย การรับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้ ฯลฯ 3) มีการรับรอง สิทธิการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศโดยแก้ไขอายุขั้นต่ำสำหรับการหมั้นและการสมรสจากอายุ 17 ปีบริบูรณ์ เป็น 18 ปีบริบูรณ์ และกำหนดรับรองสิทธิของคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ 4. ข้อเสนอแนะในการรับรองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ คือ 1) ควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติและ การรองรับทางกฎหมายของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศของประเทศไทย โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วย การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ กฎหมายการรับบุตรบุญธรรม เป็นต้น 2) การแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 หรือที่เรียกว่าพระราชบัญญัติอุ้มบุญ ซึ่งในมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว กำหนดให้สามีและภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งภริยาไม่อาจ ตั้งครรภ์ได้เท่านั้นที่สามารถให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน ดังนั้น เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ในเรื่องการสมรสเท่าเทียม จึงควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัย เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ให้สอดรับกับการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ดังกล่าว โดยในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 ควรเปลี่ยนจากคำว่า "สามีภริยา" เป็นคำว่า "คู่สมรส" ทั้งนี้จะทำให้บุคคลที่มี ความหลากหลายทางเพศที่ทำการสมรสกันไม่ว่าระหว่างชายกับชาย หรือหญิงกับหญิง ซึ่งไม่อาจตั้งครรภ์ได้ ที่ประสงค์จะมีบุตร สามารถให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทนได้ ทำให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศไม่ถูกเลือก ปฏิบัติและเกิดความเท่าเทียมกัน 3) ปัจจุบันการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศลดลง หลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในการขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศจึงควรมีกฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ และกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมได้มากขึ้น และ 4) การสร้างความเท่าเทียมทางกฎหมายให้แก่บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากยังมีกฎหมายอีก หลายฉบับที่ต้องได้รับการแก้ไขให้มีความสอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะกรณีที่ กฎหมายใช้คำระบุสถานะโดยแบ่งแยกเพศหรือมีการเลือกปฏิบัติทางเพศในบทบัญญัติที่ไม่มีเรื่องเพศมา เกี่ยวข้อง เมื่อมีการแก้ไขแล้วคู่สมรสเพศเดียวกันจะสามารถใช้สิทธิต่าง ๆ เช่นเดียวกับคู่สมรส ชายหญิง เช่น สิทธิในการใช้นามสกุลของอีกฝ่าย สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การยื่นแบบเสียภาษีร่วมกันในฐานะคู่สมรส การได้รับการหักลดหย่อนภาษีเงินได้จากเงินที่ได้รับจากคู่สมรส สิทธิที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการต่าง ๆ เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายประกันสังคมในส่วนที่ว่าด้วยสิทธิของคู่สมรส ดังนั้น จึงต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม
dc.description.tableofcontentsบทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของการศึกษา 1.2 วัตถุประสงค์การศึกษา 1.3 ขอบเขตการศึกษา 1.4 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ 2 แนวคิดและการทบทวนวรรณกรรม 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับเพศและเพศสภาพ 2.2 พัฒนาการของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิและเสรีภาพในการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศของประเทศไทย 2.3 สิทธิการสมรส 2.4 กลไกหลักนิติธรรมและกลไกหลักความเท่าเทียมในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพทางเพศ 2.5 หลักการสิทธิมนุษยชนว่าด้วยความหลากหลายทางเพศ 2.6 การรับรองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่มีความหลากหลายในประเทศไทย 2.7 การรับรองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในต่างประเทศ 2.8 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง 2.9 กรอบแนวคิดการศึกษา บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา 3.1 วิธีดำเนินการศึกษา 3.2 การวิเคราะห์ข้อมูล บทที่ 4 ผลการศึกษา 4.1 ปัญหาการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยก่อนการ ประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม 4.1.1 ปัญหาการรับรองสิทธิในการสมรสระหว่างเพศเดียวกันในประเทศไทย 4.1.2 ปัญหาการรับรองและคุ้มครองสิทธิการสมรสตามกฎหมายประเทศไทยก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม 4.1.3 ปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของคู่สมรส 4.2 ศึกษากฎหมายรับรองการสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยและต่างประเทศ 4.2.1 การรับรองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลที่มีความหลากหลายในประเทศไทย 4.2.2 สิทธิที่จะได้รับการรับรองและคุ้มครองของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศของไทย 4.2.3 การรับรองและคุ้มครองสิทธิการสมรสตามกฎหมายต่างประเทศ 4.3 ศึกษาการรับรองสิทธิของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หลังจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ 4.3.1 การแก้ไขพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม 4.3.2 สิทธิตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 4.3.3 การรับรองสิทธิตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 4.4 ฝ่ายนิติบัญญัตินำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างทันต่อเหตุการณ์ ตรงประเด็น และสามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.4.1 การสนับสนุนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ 4.4.2. การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคณะกรรมาธิการ บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม
dc.format.extent94
dc.format.mimetypeapplication/pdf
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14156/2008901
dc.identifier.urihttps://doi.org/10.82220/682
dc.language.isotha
dc.publisherสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
dc.publisher.placeกรุงเทพฯ
dc.relationhttps://hdl.handle.net/20.500.14156/2008903
dc.titleรายงานการศึกษา เรื่อง การสมรสของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทย
dc.typeText
dcterms.accessRightsOpen access
mods.genreรายงานการศึกษา/วิจัย
nalt.date.issuedBE2568-11
แฟ้มข้อมูล
บันเดิลข้อมูลต้นฉบับ
แสดง 1 - 1 จากทั้งหมด 1
ภาพตัวอย่าง
ชื่อ:
PRT-SHR-BAS-StudyReport-256811-01.pdf
ขนาด:
2.03 MB
รูปแบบ:
Adobe Portable Document Format
บันเดิลสัญญาอนุญาต
แสดง 1 - 1 จากทั้งหมด 1
ภาพตัวอย่าง
ชื่อ:
license.txt
ขนาด:
4.12 KB
รูปแบบ:
Item-specific license agreed to upon submission
รายละเอียด: