รายงานการวิจัยเรื่องการประเมินผลงานของวุฒิสภา ชุดที่ 9 (22 มีนาคม 2544 – ปัจจุบัน)

dc.contributor.authorสุรพงษ์ โสธนะเสถียรTH
dc.date.accessioned2014-07-22T01:48:38Z
dc.date.available2014-07-22T01:48:38Z
dc.date.issued2005-08-24TH
dc.description.abstractการดำรงตำแหน่งของวุฒิสมาชิกจนเกือบใกล้หมดวาระตามบทบาทหน้าที่ภายใต้รัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2540 นั้นได้เป็นแรงบันดาลใจให้วุฒิสภาส่งเสริมให้เกิดงานวิจัยเพื่อประเมินผลงานของวุฒิสภาชุดที่ 9 นี้ขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่ของประชาธิปไตยที่มีตัวแทนโดยการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งสภาล่างและสภาสูง การประเมินบทบาทของวุฒิสภาจะช่วยทำให้เห็นทางเดินของการเมืองการปกครองของสังคมไทยในหลาย ๆ ด้าน ทั้งจากสายตาของวุฒิสมาชิกเองและจากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ผลจากการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ (1) บทบาทของวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางด้านการกลั่นกรองร่างกฎหมายนั้นพบว่า ขอบเขตอำนาจ ในการกลั่นกรองร่างกฎหมายทำให้วุฒิสภาสามารถขอแก้ไขเพิ่มเติมตามที่เห็นว่าเหมาะสมทั้งในด้านที่เอื้อต่อนโยบายของรัฐ การปรับปรุงหลักการของกฎหมาย ภาษา ความสอดคล้องกับกฎหมายอื่น การเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนและการบังคับใช้ในทางปฏิบัติแต่ยังมีปัญหาในด้านความแตกต่างในเรื่องความเข้าใจ การตีความ มุมมอง ช่องว่างของความรู้ในการร่างกฎหมาย กรอบเวลาที่จำกัด การแทรกแซงจากฝ่ายรัฐบาล การขาดกำลังคน ความไม่ละเอียดของฝ่ายธุรการและการขาดข้อมูลงานวิจัยมาสนับสนุน ผลของการดำเนินงาน ตามบทบาทนี้เป็นไปอย่างน่าพอใจเพราะวุฒิสมาชิกต่างทุ่มเทในการทำงานและความแตกต่างของมุมมองทำให้การกลั่นกรองร่างกฎหมายมีความละเอียดรอบคอบ (2) บทบาทของวุฒิสภาที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมฝ่ายบริหารใน 2 ลักษณะ คือ ด้านการเมือง ด้วยการเข้าประชุมเพื่อแสดงมติของที่ประชุมเพื่อส่งต่อไปให้ฝ่ายบริหาร การพิจารณาข้อร้องเรียน การรวบรวมข้อเท็จจริง การเสนอทางออกให้รัฐบาลพิจารณาและด้านรัฐประศาสนศาสตร์ด้วยการกำกับนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ รวมถึงการตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบายของฝ่ายบริหาร โดยวิธีการตั้งกระทู้ถาม เปิดอภิปรายทั่วไปและตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบ แต่วุฒิสภาจะประสบปัญหาเนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้มีเจตนารมณ์ให้วุฒิสภาดำเนินกิจการด้านนี้เหมือนสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่สามารถควบคุมฝ่ายบริหารอย่างได้ผล การเรียกเอกสารหรือบุคคลจากฝ่ายบริหารมักไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในทางนโยบาย นอกเหนือจากปัญหาด้านการจัดองค์การไม่ว่าภาระงาน ห้องพัก สถานที่ประชุม แต่กระนั้นคณะกรรมาธิการบางชุดจะได้รับความชื่นชมบทบาทในการทำงานเชิงรุกและเป็นที่พึ่งของปวงชนได้เป็นอย่างดี (3) บทบาทในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ แม้ว่าจะมีขอบเขตอำนาจที่กว้างมากกว่าเดิม แต่ในการปฏิบัติการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝ่ายบริหาร ประกอบกับความอ่อนแอของวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระที่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับวุฒิสภาได้ ทำให้วุฒิสภามีบทบาทเพียงการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น ส่วนการตรวจสอบเรื่องความทุจริตโดยกระบวนการที่มีอยู่ไม่เอื้อให้วุฒิสภาใช้อำนาจหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ประกอบกับการมีภาระงานที่ล้นมือของวุฒิสภา ขอบเขตอำนาจยังขาดความชัดเจน ระบบอุปถัมภ์จากฝ่ายบริหารทำให้ผลงานการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของวุฒิสภายังไม่ประทับใจเท่าที่ควร (4) บทบาทในด้านการติดต่อสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิสภากับประชาชนเป็นหน้าที่ที่มีผลต่อการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสถาบันวุฒิสภา ในทางปฏิบัติบทบาทความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิสภากับประชาชนไม่ได้สนับสนุนเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าชื่อไม่น้อยกว่าห้าหมื่นคนเพื่อขอให้รัฐสภาพิจารณาร่างกฎหมายของประชาชนหรือขอให้วุฒิสภาถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะวุฒิสมาชิกเข้าหาประชาชนเพียงเพื่อให้ประชาชนรับรู้และยอมรับวุฒิสมาชิกด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การให้ความช่วยเหลือ บริจาคสิ่งของ พบปะสนทนา โดยอาศัยการติดต่อสื่อสารแบบเผชิญหน้าไม่ว่าในรูปแบบที่เป็นทางการหรือเป็นส่วนตัว การไม่บรรลุสู่ความสำเร็จในการเข้าถึงประชาชนไม่ใช่เกิดจากความล้มเหลวของวุฒิสภาแต่มาจากประชาชนไม่เห็นความสำคัญในหน้าที่นี้ของวุฒิสภา (5) การประเมินบทบาทวุฒิสภาในทัศนะของประชาชน พบว่าความตระหนักต่อวุฒิสภาขึ้นอยู่กับภูมิหลังประชาชน เช่น ประชาชนในเขตภาคเหนือและภาคใต้จะไม่ค่อยเห็นด้วยในการทำหน้าที่ของวุฒิสภาโดยเฉพาะในบทบาทการกลั่นกรองร่างกฎหมาย กล่าวโดยสรุป ทิศทางการปฏิรูปการเมืองไม่ได้ช่วยทำให้วุฒิสภาแข็งแกร่งเท่ากับการที่วุฒิสภาเป็นผู้สร้างขอบเขตอำนาจให้กับตนเอง ยิ่งกว่านั้นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ไม่ได้ยอมรับในบทบาทหน้าที่หรือแม้แต่ตัววุฒิสมาชิกอย่างเต็มที่นัก อย่างไรก็ตามที่มาของวุฒิสภาสะท้อนถึงความสามารถที่วุฒิสภาจะเป็นผู้กุมอำนาจทางการเมืองการปกครองได้ในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับวุฒิสภาในอดีตและบทบาทที่เด่นของวุฒิสภาคือการใช้อำนาจเข้าไปแก้ไขหลักการของกฎหมายจนมีลักษณะเป็นการเสนอร่างกฎหมายมากกว่าการกลั่นกรองอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต ส่วนบทบาทในการควบคุมฝ่ายบริหารนั้นไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ ขณะที่บทบาทการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอยู่ในระดับพอใช้ ส่วนบทบาทการดึงประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมนั้นโดยภาพรวมยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ข้อเสนอแนะด้านการพิจารณาร่างกฎหมายสมควรแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญให้มีความชัดเจนโดยไม่ต้องอิงข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาเหมือนเช่นในปัจจุบัน ด้านการสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาความจริงของคณะกรรมาธิการนั้นอาจตั้งหน่วยงานเข้าช่วยดำเนินการเป็นองค์กรเฉพาะกิจได้ การเปิดให้วุฒิสภาเสนอความคิดเห็นต่อกรรมการสรรหาเพื่อเป็นแนวเลือกคณะกรรมการในองค์กรอิสระได้กว้างขวางยิ่งขึ้น การใช้หลักความไว้วางใจควบคู่กับหลักกฎหมายในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยใช้เสียงข้างมากเป็นพิเศษก็น่าจะนำมาใช้ได้ การให้สมาคมวิชาชีพเสนอบุคคลให้ประชาชนเลือกเข้ามาเป็นวุฒิสมาชิก การเหลื่อมเวลาของการหมดวาระของวุฒิสภาการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนเรื่องบทบาทของวุฒิสภาและการสร้างระบบการสื่อสารทางการเมืองต่อวุฒิสภา เป็นต้นTH
dc.description.abstractAs the senatorial term is almost complete following the 1997 Constitution, the evaluation research therefore inspired and taken up to assess the performances of the 9 senate. It is seen as the new era of democracy that senators and members of the parliament elected by people. The above assessment would be seen as the indication of Thai politics, governance and society in different aspect through the role of senate in view of senators and people who have the rights to their own sovereignty. The research concludes; 1. In light of the legal authority in drafting bill, the senate has been empowered to amending and adding up. Such action has brought about an appropriate legislation in line with the government policies and other existing laws, particularly in favor of people's benefit as well as the implementation method. The problems, nonetheless, include different interpretation and common understanding, legal knowledge, state interference, etc. Not to mention the lack of resources, research data and incompetent performance of administration. Senators have played an active and significant role in thoroughly drafting bill. 2. As far as the management role is concerned, the senate voted in consideration to several public appeals, fact finding collection, giving consultation and monitoring the government policies. The practical method covered a public debate organizing as well as examination conducted by special commissions. In any case, the current constitution has not allowed the senate acting like the house of parliament. The difficulties are not only inadequate cooperation but also logistics. Some commissions, however, were praised as people's great supporters whose performances claimed outstanding. 3. In terms of monitoring the government authority, even though the senate has been entitled to a greater power, little could be exercised, still. In addition to that, the poor cooperation between the senate and the commission of independent organizations' affairs has undermined such authority. It has only been able to probe thequalification of politicians. With existing mechanisms, the senate has inefficiently been allowed to examine any deceptions. It has not had a clear authority in enhancing the senatorial performances. 4. The connection with people helped promoting the senatorial institution in some extent. In practice, on the contrary, such function has not led to people participation in collecting 50,000 signatures to drafting bill or impeachment. Senators were seen as supporters for people's appeals or as contributors when required, personally and officially. The failure in establishing a close relationship with people considered as the lack of understanding how significant the role of senate is. 5. People in different parts of the country viewed the significance of senate's role differently. In the northern and southern parts, for instances, people quite disapproved the role in drafting and implementing legislation, particularly. In other words, the political reform has not well strengthened the senate. People who have the right to vote incompletely recognize the significance and role of senator either. At any rate, its existence has reflected the ability in political ruling in some degree, comparing to the previous function. The legal reform in drafting bill considered an outstanding performance while the role in management, state monitoring and people participation encouragement seemed not well functioned. The recommendation in drafting bill in the future is to make the constitutional amendment to be more clear-cut, not depending on the senatorial regulations as exercised at present. In terms of field trip investigation, a particular and responsible office shall be formed as the ad hoc committee. Additionally, the senate should have been more freely giving their views in the selection process of independent organization. Trust and legal regulations shall be applied in impeachment procedure with majority vote. Meanwhile, an adjustment of senatorial term as well as candidacy method including making a better understanding to people with regard the role of senate and developing the communication with people highly recommended as well.en
dc.description.sponsorshipคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภาTH
dc.description.tableofcontentsปก บทคัดย่อ Abstact สารบัญ บทที่ 1 บทนำ >สภาพและความสำคัญของปัญหา >วัตถุประสงค์ >มโนทัศน์และสมมติฐาน >ขอบเขตการศึกษา >ระเบียบวิธีการวิจัย >ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ 2 แนวความคิด ทฤษฎี และสำรวจเอกสาร >บทบาทหน้าที่ของของวุฒิสภา >การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิสภากับประชาชน บทที่ 3 การกลั่นกรองกฎหมาย >ขอบเขตอำนาจหน้าที่ >กระบวนการ >ผลการดำเนินงาน >บทสรุป บทที่ 4 การควบคุมฝ่ายบริหาร >ขอบเขตอำนาจหน้าที่ >กระบวนการ >ปัญหา >ผลการดำเนินงาน >บทสรุป บทที่ 5 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ >ขอบเขตอำนาจหน้าที่ >กระบวนการ >ปัญหา >ผลการดำเนินงาน >บทสรุป บทที่ 6 การสื่อสารและความสัมพันธ์ระหว่างวุฒิสภากับประชาชน >การประเมินบทบาทในการเข้าถึงประชาชน >บทสรุป บทที่ 7 การประเมินบทบาทหน้าที่โดยรวมของวุฒิสภา >บทบาทโดยรวมของวุฒิสมาชิก >การปรับกลไกของวุฒิสภา >บทสรุป บทที่ 8 คุณลักษณะสำคัญของวุฒิสมาชิก >ทัศนะต่อคุณลักษณะของวุฒิสมาชิก >บทสรุป บทที่ 9 บทบาทของวุฒิสมาชิกในสายตาของประชาชน >บทบาทหน้าที่หลัก >บทสรุป >การติดต่อสื่อสารเพื่อการเข้าถึงประชาชน >บทสรุป >สรุปผลการวิจัย >อภิปรายผล >ข้อเสนอแนะ บรรณานุกรม >ปัญหา
dc.format.extent197TH
dc.format.mimetypeapplication/pdfTH
dc.identifier2548_วิจัย_ประเมินผลงานวุฒิสภา_สุรพงษ์.pdfTH
dc.identifier.isbn9744492198TH
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14156/380516
dc.language.isothaTH
dc.publisherสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาTH
dc.publisher.placeกรุงเทพฯTH
dc.rightsสามารถนําไปเผยแพร่ได้ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา - ไม่ใช้เพื่อการค้า - ไม่ดัดแปลง 3.0. (CC BY-NC-ND)TH
dc.rights.holderสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาTH
dc.subjectการวิจัยTH
dc.subjectผลงานวุฒิสภาTH
dc.subjectผลงานวุฒิสภา
dc.subjectการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามนโยบายรัฐบาล
dc.subjectการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน
dc.subjectการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
dc.subjectสารสนเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา
dc.titleรายงานการวิจัยเรื่องการประเมินผลงานของวุฒิสภา ชุดที่ 9 (22 มีนาคม 2544 – ปัจจุบัน)TH
dc.title.alternativePerformance Appraisal of The Senate
dc.typeText
dcterms.accessRightsOpen accessTH
mods.genreรายงานการวิจัยTH
mods.physicalLocationหอสมุดรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
nalt.councilTypeวุฒิสภา
nalt.date.issuedBE2548-08-24
แฟ้มข้อมูล
บันเดิลข้อมูลต้นฉบับ
แสดง 1 - 1 จากทั้งหมด 1
ภาพตัวอย่าง
ชื่อ:
2548_วิจัย_ประเมินผลงานวุฒิสภา_สุรพงษ์.pdf
ขนาด:
1.3 MB
รูปแบบ:
Adobe Portable Document Format