แนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เรื่อง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เล่ม 3
10
7
ประเภททรัพยากร
จำนวนหน้า/ขนาด
154
วันที่เผยแพร่
2549
ISBN
9749462378
หมวดหมู่
ลิงก์เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สิทธิ์ในการเข้าถึง
เจ้าของสิทธิ์
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ข้อมูลอ้างอิง
คณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (2006). แนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เรื่อง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เล่ม 3. Retrieved from: https://hdl.handle.net/20.500.14156/324151, https://doi.org/10.82220/705.
สารบัญ
ปกหน้า
สารบัญ
บทที่ ๑ บทนำ
-๑.๑ ความสำคัญของปัญหา
-๑.๒ วัตถุประสงค์ของการวิจัย
-๑.๓ ขอบเขตของการวิจัย
-๑.๔ วิธีดำเนินการวิจัย
-๑.๕ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
บทที่ ๒ แนวความคิดและทฤษฎี
-๒.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐
--๒.๑.๑ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
--๒.๑.๒ การเลือกตั้งของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
-๒.๒ การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) มาตรา ๑๒๕ (๓)
-๒.๓ การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๗ (๔)
--๒.๓.๑ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
-๒.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมรัครับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๙ (๓)
--๒.๔.๑ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
--๒.๔.๒ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
--๒.๔.๓ ย่อคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
-๒.๕ การกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๒
--๒.๕.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ
-๒.๖ การแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๙
--๒.๖.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ
-๒.๗ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๘๕
--๒.๗.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ
--๒.๗.๒ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีของต่างประเทศ
-๒.๘ การห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ตามมาตรา ๒๐๔
--๒.๘.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ
-๒.๙ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓
--๒.๙.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ
--๒.๙.๒ การแก้ไขรัฐธรรมนูญของต่างประเทศ
บทที่ ๓ ความคิดเห็นของนักวิชาการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
-๓.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐
-๓.๒ การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปตามมาตรา ๑๐๗(๓) มาตรา (๓)
-๓.๓ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๗ (๔)
-๓.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๙ (๓)
-๓.๕ การกำหนดให้ไช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (มาตรา ๑๒๒)
-๓.๖ การแนะนำตัวของผู้สม้ครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๒๙
-๓.๗ การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๒๕
-๓.๘ การห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ตามมาตรา ๒๐๔
-๓.๙ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓
บทที่ ๔ บทวิเคราะห์
-๔.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้่งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐
--๔.๑.๑ ผลดีของการกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำร้อยล ๕
--๔.๑.๒ ผลเสียของการกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำร้อยละ ๕
-๔.๒ การกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามมาตรา ๑๐๗ (๓)
--๔.๒.๑ ผลดีของการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
--๔.๒.๒ ผลเสียของการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี
-๔.๓ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๗ (๔)
--๔.๓.๑ ผลดีของการกำหนดระยะเวลาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง ๙๐ วัน
--๔.๓.๒ ผลเสียของการกำหนดระยะเวลาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง ๙๐ วัน
-๔.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมตรา ๑๐๙ (๓)
-๔.๕ การกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๒
--๔.๕.๑ ผลดีของการกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
--๔.๕.๒ ผลเสียของการกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
-๔.๖ การแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๙
--๔.๖.๑ ผลดีของการให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแนะนำตัว
--๔.๖.๒ ผลเสียของการให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแนะนำตัว
-๔.๗ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕
--๔.๗.๑ ผลดีของการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕
--๔.๗.๒ ผลเสียของการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕
-๔.๘ การห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ตามมาตรา ๒๐๔
--๔.๘.๑ ผลดีของการห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน
--๔.๘.๒ ผลเสียของการห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน
-๔.๙ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓
--๔.๙.๑ ผลดีของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓
--๔.๙.๒ ผลเสียของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓
บทที่ ๕ บทสรุปและข้อเสนอแนะ
-๕.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐
-๕.๒ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสภาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) มาตรา ๑๒๕ (๓)
-๕.๓ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๗ (๔)
-๕.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อกรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๙ (๓)
-๕.๕ การกำหนดให้ดใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมตรา ๑๒๒
-๕.๖ การแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๙
-๕.๗ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕
ปกหลัง