แนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เรื่อง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เล่ม 3

dc.contributor.authorคณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรTH
dc.date.accessioned2012-09-19T18:06:08Z
dc.date.available2012-09-19T18:06:08Z
dc.date.issued2006TH
dc.description.tableofcontentsปกหน้า สารบัญ บทที่ ๑ บทนำ -๑.๑ ความสำคัญของปัญหา -๑.๒ วัตถุประสงค์ของการวิจัย -๑.๓ ขอบเขตของการวิจัย -๑.๔ วิธีดำเนินการวิจัย -๑.๕ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ บทที่ ๒ แนวความคิดและทฤษฎี -๒.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐ --๒.๑.๑ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ --๒.๑.๒ การเลือกตั้งของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี -๒.๒ การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) มาตรา ๑๒๕ (๓) -๒.๓ การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๗ (๔) --๒.๓.๑ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ -๒.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมรัครับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๙ (๓) --๒.๔.๑ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ --๒.๔.๒ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ --๒.๔.๓ ย่อคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด -๒.๕ การกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๒ --๒.๕.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ -๒.๖ การแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๙ --๒.๖.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ -๒.๗ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๘๕ --๒.๗.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ --๒.๗.๒ การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีของต่างประเทศ -๒.๘ การห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ตามมาตรา ๒๐๔ --๒.๘.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ -๒.๙ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓ --๒.๙.๑ เจตนารมรณ์ของรัฐธรรมนูญ --๒.๙.๒ การแก้ไขรัฐธรรมนูญของต่างประเทศ บทที่ ๓ ความคิดเห็นของนักวิชาการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง -๓.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐ -๓.๒ การกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปตามมาตรา ๑๐๗(๓) มาตรา (๓) -๓.๓ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๗ (๔) -๓.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๙ (๓) -๓.๕ การกำหนดให้ไช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (มาตรา ๑๒๒) -๓.๖ การแนะนำตัวของผู้สม้ครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๒๙ -๓.๗ การเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๒๕ -๓.๘ การห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ตามมาตรา ๒๐๔ -๓.๙ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓ บทที่ ๔ บทวิเคราะห์ -๔.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้่งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐ --๔.๑.๑ ผลดีของการกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำร้อยล ๕ --๔.๑.๒ ผลเสียของการกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำร้อยละ ๕ -๔.๒ การกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) --๔.๒.๑ ผลดีของการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี --๔.๒.๒ ผลเสียของการกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี -๔.๓ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๗ (๔) --๔.๓.๑ ผลดีของการกำหนดระยะเวลาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง ๙๐ วัน --๔.๓.๒ ผลเสียของการกำหนดระยะเวลาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง ๙๐ วัน -๔.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ กรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมตรา ๑๐๙ (๓) -๔.๕ การกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๒ --๔.๕.๑ ผลดีของการกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา --๔.๕.๒ ผลเสียของการกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา -๔.๖ การแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๙ --๔.๖.๑ ผลดีของการให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแนะนำตัว --๔.๖.๒ ผลเสียของการให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแนะนำตัว -๔.๗ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕ --๔.๗.๑ ผลดีของการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕ --๔.๗.๒ ผลเสียของการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕ -๔.๘ การห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน ตามมาตรา ๒๐๔ --๔.๘.๑ ผลดีของการห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน --๔.๘.๒ ผลเสียของการห้ามรัฐมนตรีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะเดียวกัน -๔.๙ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓ --๔.๙.๑ ผลดีของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓ --๔.๙.๒ ผลเสียของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๓๑๓ บทที่ ๕ บทสรุปและข้อเสนอแนะ -๕.๑ การกำหนดจำนวนคะแนนเสียงขั้นต่ำของการคำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้ร้อยละ ๕ ของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ตามมาตรา ๑๐๐ -๕.๒ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสภาชิกวุฒิสภาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ตามมาตรา ๑๐๗ (๓) มาตรา ๑๒๕ (๓) -๕.๓ การกำหนดคุณสมบัติให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมืองเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๗ (๔) -๕.๔ การขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อกรณีไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุภายหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ตามมาตรา ๑๐๙ (๓) -๕.๕ การกำหนดให้ดใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ตามมตรา ๑๒๒ -๕.๖ การแนะนำตัวของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๒๙ -๕.๗ การขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๘๕ ปกหลัง
dc.format.extent154TH
dc.format.mimetypeapplication/pdfTH
dc.identifierสส.2549_แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ_รัฐสภาคณะรัฐมนตรี.pdfTH
dc.identifier.doi10.12755/SHR.res.2006.17TH
dc.identifier.isbn9749462378TH
dc.identifier.urihttps://hdl.handle.net/20.500.14156/324151
dc.identifier.urihttps://doi.org/10.82220/705
dc.language.isothaTH
dc.publisherคณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรTH
dc.publisher.placeกรุงเทพฯTH
dc.relation.urihttp://doi.org/10.12755/SHR.res.2006.17TH
dc.rightsสามารถนําไปเผยแพร่ได้ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา - ไม่ใช้เพื่อการค้า - ไม่ดัดแปลง 4.0. (CC BY-NC-ND)TH
dc.rights.holderสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรTH
dc.subjectสารสนเทศที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภาTH
dc.subjectการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีTH
dc.subjectเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญTH
dc.subjectผู้สมัครรับเลือกตั้งTH
dc.subject.lccKD 42TH
dc.titleแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เรื่อง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เล่ม 3TH
dc.typeText
dcterms.accessRightsOpen access
mods.genreรายงานการวิจัยโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรTH
mods.physicalLocationหอสมุดรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
nalt.date.issuedBE2549
แฟ้มข้อมูล
บันเดิลข้อมูลต้นฉบับ
แสดง 1 - 1 จากทั้งหมด 1
ภาพตัวอย่าง
ชื่อ:
สส.2549_แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ_รัฐสภาคณะรัฐมนตรี.pdf
ขนาด:
5.81 MB
รูปแบบ:
Adobe Portable Document Format